39ปี ฟรานเชสโก้ ต๊อตติ: สัญลักษณ์แห่งโรม่า ตำนานราชาหมาป่ากรุงโรม part 2

โพสต์โดย romathai 11/12/2015 0 คอมเม้นท์ บทความพิเศษ,

ฤดูกาลแรกใน เซเรีย อา ..............

 

      ในการคุมทีมของ วูจาดิน บอสคอฟ เทรนเนอร์คนใหม่ชาวเซิร์บ ต๊อตติ ได้รับการฝึกร่วมกับนักเตะรุ่นพี่ที่เป็นศูนย์หน้าชื่อดังในทีมอย่าง รุจเจโร่ ริซซิเตลลี่, เคลาดิโอ คานิกเกีย, อันเดรีย คาร์เนวาเล่ และ โรแบร์โต้ มุซซี่ ขณะเดียวกันก็ลงเล่นในทีมเยาวชนพร้อมกันไป ไม่กี่เดือนต่อมา ต๊อตติ ได้ลงเล่นในเสื้อ จัลโล่รอสซี่ ชุดใหญ่เป็นเกมแรก ในการอุ่นเครื่องกับทีมออสเตรีย ของเทรนเนอร์ แฮร์เบิร์ต โปรฮาสก้า ที่สนามฟลามินิโอ

 

       เมื่อถึงเวลาที่ ต๊อตติ จะตัดสินใจอนาคตของตัวเอง  แน่นอนว่าเขาเลือกทางนักเตะอาชีพ  ซึ่งทางครอบครัวก็ให้การตอบรับ สนับสนุน เพราะรู้ดีว่า ต๊อตติ เกิดมาเพื่อเป็นนักฟุตบอล  และเขาก็เป็นคนเปลี่ยนชีวิตในบ้านให้ดีขึ้น  พร้อมกับซื้อบ้านหลังใหม่  ย้ายจากถนน เวตูโลเนีย  ไปอยู่ที่ คาซาล ปาลอคโค่ ในปัจจุบัน

 

       สำหรับการลงสนามในเซเรีย อา นัดแรก  คือวันที่ 28 มีนาคม 1993  ในเกมเบรสชา – โรม่า  โดยนัดนี้ คานิกเกีย กับ ซินิซ่า มิไฮโลวิช ช่วยกันยิงให้ โรม่า นำ 2-0  จากนั้นเหลืออีก 2 นาทีจะหมดเวลา  บอสคอฟ เลือก ต๊อตติ ลงสนามแทนที่จะเป็น มุซซี่  และนั่นก็คือเกมแรกในเซเรีย อา ของ ต๊อตติ กับวัย 17 ปี ก่อนที่เกมที่สองจะตามมาในนัดพบกับ อันคอน่า ถือเป็นฤดูกาลแรกในคัมปิโอนาโต้อันน่าตื่นเต้นของเขา

 

       แม้ว่า ต๊อตติ จะอยู่ในทีมชุดใหญ่แล้ว แต่ก็ยังต้องลงเล่นให้กับทีมระดับต่างๆของ โรม่า ทั้งทีมเยาวชน และทีมระดับนักเรียน ซึ่งผลงานของเขานั้นทำได้สุดยอดทุกรายการ และแม้ว่าอาชีพหลักของ ต๊อตติ คือฟุตบอล แต่เขาก็เลือกที่จะศึกษาต่อเพื่อเป็นหลักฐานอันมั่นคงของชีวิตให้พ่อแม่ภูมิใจ จากการไปสมัครเรียนด้านการบัญชีที่ มาร์โคนี่ ก่อนไปเรียนต่อที่ โปลิเซียโน่ ในปี 3 เขาเลือกเรียนด้านกฎหมายและเศรษฐศาสตร์

 

       ผู้จัดการส่วนตัวของ ต๊อตติ ในขณะนั้นคือ ฟรังโก้ ซาวาญ่า เป็นเอเย่นต์คนแรกในชีวิตของเขา ซาวาญ่า ติดตาม และทำงานร่วมกันมาตั้งแต่ ต๊อตติ อายุได้ 16 ปี เขาติดต่อและประสานงานกับผู้อำนวยการทีม เอมิเลียโน่ มาสเค็ตติ ทำให้ ต๊อตติ ได้เป็นนักฟุตบอลอาชีพ โดยได้รับค่าจ้างครั้งแรก 60 ล้านลีร์ (ประมาณ 31,000 ยูโร หรือ 1.3 ล้านบาท ในปัจจุบัน) ในการเซ็นสัญญาเป็นนักเตะอาชีพกับ โรม่า

 

 

เทรนเนอร์ มัซโซเน่ บิดาคนที่สองของ ต๊อตติ ..............

 

       ในช่วงหน้าร้อนปี 1993  โรม่า มีการเปลี่ยนเทรนเนอร์จาก บอสคอฟ เป็น คาร์โล มัซโซเน่ นี่อาจเป็นเทรนเนอร์ผู้นำพาเขาสู่เวทีระดับโลกก็เป็นได้  การมี มัซโซเน่ ทำให้เส้นทางค้าแข้งของ ต๊อตติ สดใสเรืองรองขึ้นมาตามลำดับ เขาถูกเรียกตัวไปเล่นทีมชาติชุด ยู-17 ปี ของโค้ช แซร์โจ้ วัตตา รวมทั้งทีมชุด ยู-21 ปี ของ เชซาเร่ มัลดินี่ เทรนเนอร์ผู้มีความคิดจะดึงตัว ต๊อตติ ไปเล่นฟุตบอลโลกที่ ฝรั่งเศส ในเวลาต่อมา โดยเรียกตัวเข้าสู่ทีมชุดใหญ่ในเกมอุ่นเครื่องก่อนหน้านั้นด้วย

 

        นับถึงปัจจุบันเป็นเวลานานมากกว่า 1 ทศวรรษแล้วที่ ต๊อตติ ประเดิมสนามให้ โรม่า เป็นนัดแรกตอนอายุ 16 ปี ชีวิตของเด็กหนุ่มที่เหมือนเทพนิยายซึ่งเริ่มต้นจากการเป็นเด็กที่เฝ้าติดตามเชียร์ทีมรักจากบนอัฒจันทร์มายืนบนสนามหญ้าของ โอลิมปิโก้ โดยเปิดตัวด้วยชัยชนะเหนือ เบรสชา 2-1 ในเดือนมีนาคมปี 1993 ในยุคของบอสคอฟ เวลานี้เขาอยู่ภายใต้การประคบประหงมจาก คาร์โล มัซโซเน่ ขรัวเฒ่าของวงการลูกหนังอิตาลีที่ใช้เจ้าหนูมหัศจรรย์เล่นเป็นตัวสนับสนุนกองหน้าตัวเป้า โดยมี อเบล บัลโบ้ ศูนย์หน้าคนใหม่ของทีมคอยช่วยเหลือ

 

        “ผมติดหนี้ มัซโซเน่ มากมายสำหรับความเชื่อมั่นที่เขามีในตัวผมครั้งยังเป็นเด็กหนุ่ม เขาช่วยพัฒนาผมทั้งใน และนอกสนาม เขายังสอนผมมากมายเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ ในโลกฟุตบอล เขาเป็นคนที่อนุรักษ์นิยม และเน้นพื้นฐานเพียง 2-3 จุดในการคุมทีม เช่นการปรับเปลี่ยนแท็กติกตามการเล่นของคู่แข่ง ลุยให้เต็มที่ และแสดงเทคนิคที่ดี นอกจากพ่อแม่แล้ว ผมเป็นหนี้เขามาก จากความสำเร็จที่ได้รับ” ต๊อตติ กล่าวขอบคุณ มัซโซเน่ ตำนานปรมาจารย์กุนซือของวงการฟุตบอลอิตาลี

 

       เทรนเนอร์ มัซโซเน่ ส่งลูกทีมคนโปรดลงเล่นเกมโคปปา อิตาเลีย เมื่อ 16 ธันวาคม 1993  ในเกมเจอกับ ซามพ์โดเรีย  ความจริง ต๊อตติ เคยเล่นในถ้วยใบนี้มาแล้วในเกมกับ ปาโดว่า โดยลงมาเป็นตัวสำรอง แต่ครั้งนี้ต่างกันตรงที่ ริซซิเตลลี่ เจ็บพอดี และ บัลโบ้ ก็ลงสนามไม่ได้ ทำให้ โรม่า ไม่มีกองหน้าในทีมชุดใหญ่คนใดเหลืออีก  ในที่สุด ต๊อตติ จึงได้มีชื่อเป็นตัวจริงให้ทีมครั้งแรก โดยลงสนามไป 83 นาที มันเป็นจุดเริ่มต้นที่สวยสดงดงามไม่น้อย

 

 

จุดเริ่มต้นของหมาป่ายุค ฟรังโก้ เซนซี่ .............

 

       ทางด้านเทรนเนอร์ สปิโนซี่ ยังคงให้ ต๊อตติ ช่วยลงเล่นในทีมเยาวชนต่อ ซึ่ง ต๊อตติ ก็ไม่ทำให้เขาผิดหวัง เมื่อจัดการซัลโวคนเดียว 5 ประตู ในเกมกับ คาสเตล ดิ ซานโกร แต่สถานการณ์ในทีมชุดใหญ่ไม่ค่อยดีนัก เพราะทีมหมาป่าของ มัซโซเน่ ไม่ชนะใครติดต่อกันถึง 14 นัด ทำให้ประธานสโมสร ฟรังโก้ เซนซี่ ที่เพิ่งเข้ามาซื้อกิจการของทีม เกือบต้องเปลี่ยนเทรนเนอร์ใหม่ แต่แล้ว 6 กุมภาพันธ์ 1994 มัซโซเน่ ตัดสินใจส่ง ต๊อตติ ลงเล่นในเซเรีย อา เป็นแมตช์แรกในซีซั่นนั้นในเกมที่พบกับ มิลาน โดยส่งลงไปแทน ลุยจิ การ์เซีย ในครึ่งหลัง สรุปฤดูกาล 1993-94 ต๊อตติ ลงเล่นให้กับโรม่าไป 8 เกม และมีส่วนช่วยให้ โรม่า พ้นช่วงหายนะมาได้ในท้ายที่สุด

 

        เริ่มต้นฤดูกาล 1994-95 เป็นเหมือนฤดูกาลเริ่มต้นอะไรใหม่ๆสำหรับชาวอิตาเลียน หลังจากทีม อัซซูรี่ แพ้ในการดวลจุดโทษให้กับ บราซิล ในนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก พลาดโอกาสเป็นแชมป์โลกสมัยที่ 4 ชาติแรก ไปอย่างน่าเสียดาย  ต๊อตติ เองก็เช่นกัน เขาเฝ้ามองดูการแข่งขัน และตั้งเป้าหมายฝึกปรือฝีเท้าให้แกร่งที่สุดเพื่อติดทีมชาติอิตาลีชุดใหญ่ให้ได้ โดยเขาหวังว่าจะก้าวขึ้นมาช่วยรุ่นพี่ช่วยชาติให้ประสบความสำเร็จในอนาคต เด็กวัย 18 ปี คิดเช่นนั้น เขากลายเป็นผู้เล่นตัวจริงของ โรม่า อย่างถาวรในฤดูกาลนี้ มีโอกาสได้ลงเล่นร่วมกับสตาร์ของทีมอย่าง จานนินี่, บัลโบ้ และ ดาเนียล ฟอนเซก้า เขาคิดว่าไม่มีโค้ชคนไหนจะให้โอกาสเขาได้มากกว่า มัซโซเน่ อีกแล้ว

 

        หลังจากที่เขายิงประตูแรกในเซเรีย อา ให้กับ โรม่า ได้สำเร็จ เมื่อวันที่ 4 กันยายน ปี 1994 ในเกมกับ ฟอจจา ต๊อตติ ก็แสดงความรู้สึกภายหลังประตูประวัติศาสตร์ในชีวิตของเขาไว้ว่า

 

         “ตอนกลับถึงบ้าน ผมรู้สึกว่าตัวเองหิวเป็นพิเศษ ก็เลยชวนพี่ชายออกไปหาไอศกรีมกินกัน ผมยังแทบไม่เชื่อเลยว่ายิงประตูแรกให้กับตัวเองได้ด้วยซ้ำ”

 

        และด้วยความโดดเด่นของ ต๊อตติ ทำให้ โรม่า ไม่ลังเลที่จะเสนอสัญญาฉบับใหม่ พร้อมด้วยค่าเหนื่อยก้อนโตให้เขาหลังจบฤดูกาลนั้น สัญญาที่ว่านี้มีอายุยาวนานถึง 6 ปี และจะไปสิ้นสุดในปี 2000 โน่นเลย สรุปฤดูกาล 1994-95 ต๊อตติ ลงสนามใน เซเรีย อา 21 นัด ยิงได้ 4 ประตู

 

 

ผลงานยอดเยี่ยมในทีม อัซซูร์รินี่ ............

 

        หลังจบฤดูกาล 1994-95 ต๊อตติ ถูกเรียกติดทีมชาติอิตาลีชุด ยู-18 ปี ในการทำศึกชิงแชมป์ยุโรปที่ กรีซ และแม้ว่า อิตาลี จะแพ้ให้กับ สเปน ในรอบชิงถึง 1-4 แต่เกมนั้น ต๊อตติ โชว์ฟอร์มได้ดี และประตูเดียวที่ อิตาลี ทำได้นั้นก็มาจาก ต๊อตติ นั่นเอง  ส่วนในคัมปิโอนาโต้ ฤดูกาล 1995-96 ถือเป็นปีที่ ต๊อตติ ลงเล่นในตำแหน่งริมเส้นค่อนข้างมาก เลยทำให้ยิงประตูได้น้อยแค่ 2 ประตูเท่านั้น จากการเล่น 28 นัด โดยจะหนักไปที่จ่ายบอลให้เพื่อนร่วมทีมทำประตูมากกว่า ซึ่งคุณสมบัติตรงนี้นี่เองเป็นจุดที่ทำให้ ต๊อตติ ถูกมองในแง่ตัวปั้นเกมมากขึ้น ทำให้เขาได้เลื่อนระดับจากทีมชาติชุด ยู-18 ปี ไปอยู่กับทีมชาติชุด ยู-21 ปี อย่างรวดเร็ว

 

       ช่วงปิดฤดูกาลปี 1996 เชซาเร่ มัลดินี่ นำทัพทีมชาติอิตาลีชุด ยู-21 ปี  คว้าแชมป์ยุโรปเป็นสมัยที่ 3 ติดต่อกันที่ สเปน แน่นอนว่า ต๊อตติ อยู่ในสมาชิกชุดนั้นด้วย  เขาเป็นยิงประตูแรกให้ อิตาลี ขึ้นนำ สเปน ในนัดชิงชนะเลิศ ก่อนที่เกมจะจบลงด้วยการเสมอ 1-1 และ อิตาลี ดวลจุดโทษเอาชนะไป ซึ่งทัวร์นาเมนต์นั้น ต๊อตติ คือผู้เล่นยอดเยี่ยม

 

         ความร้อนแรงของ ต๊อตติ ทำให้ เทรนเนอร์ทีมชาติอิตาลีชุดใหญ่ อาร์ริโก้ ซ้าคคี่ เรียกตัวเขาเข้าร่วมกับทีมชุดใหญ่ที่ศูนย์เทคนิค บอร์เกเซียน่า กรุงโรม เมื่อ 20 กุมภาพันธ์ 1996 ฟอร์มอันโดดเด่นของ ต๊อตติ ต้องขอบคุณ มัซโซเน่ เทรนเนอร์ผู้เปิดทางสว่างให้เขาโดยแท้ น่าเสียดายที่เรื่องราวของ ต๊อตติ กับ มัซโซเน่ ต้องยุติลงแค่สิ้นฤดูกาลนี้เท่านั้น เช่นเดียวกับ “เจ้าชายหมาป่า” จูเซ็ปเป้ จานนินี่ ที่อำลาทีมไปเล่นในออสเตรีย กับ สตวร์ม กราซ หรือนี่จะเป็นเหตุการณ์ประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งของ โรม่า ว่าผู้นำทีมคนใหม่ได้แสดงตัวออกมาแล้ว

 

 

ที่มา: Francesco Totti Club Thailand