39ปี ฟรานเชสโก้ ต๊อตติ: สัญลักษณ์แห่งโรม่า ตำนานราชาหมาป่ากรุงโรม part 3

โพสต์โดย romathai 11/12/2015 0 คอมเม้นท์ บทความพิเศษ,

เกือบย้ายจาก โรม่า เพราะ เบียงคี่ .............

 

       ในอิตาลีนั้น ความคาดหวังของสโมสรและแฟนบอลมีสูงมาก ต่อให้เทรนเนอร์เป็นที่รักในหมู่แฟนบอลแค่ไหน ก็มีโอกาสถูกเด้งออกได้ ไม่เว้นแม้กระทั่งกุนซือผู้เป็นที่รักของชาวโรมันทั้งปวงอย่าง คาร์โล มัซโซเน่ ......

 

        เมื่อความสำเร็จไม่ได้เข้ามาสู่ โรม่า ทำให้ มัซโซเน่ ต้องถูกแทนที่โดย คาร์ลอส เบียงคี่ ในช่วงเริ่มฤดูกาล 1996-97 โดยเทรนเนอร์ชาวอาร์เจนไตน์ เริ่มต้นงัดข้อกับ ต๊อตติ ทันที ด้วยการปฏิเสธที่จะให้เขาสวมหมายเลข 20 ที่ใส่ประจำอยู่ โดยให้ กาเบรียเล่ กรอสซี่ กองหลังตัวสำรองใส่แทน ทั้งๆที่ กรอสซี่ เองก็ไม่ได้สนใจอยากได้หมายเลขนี้เลย  เบียงคี่ ทำไปเพื่อก่อกำแพงแสดงอำนาจล้วนๆ  เวลานี้ไม่มี มัซโซเน่ ไม่มี จานนินี่ ที่อำลาทีมไปแล้ว ต๊อตติ เองเสียใจจากการอำลาทีมของ มัซโซเน่ และ จานนินี่ ไม่พอ ยังถูกเทรนเนอร์เล่นสงครามประสาทใส่

 

         “เบียงคี่ ไม่พอใจทัศนคติของผม มันเป็นเรื่องที่น่าเสียใจจริงๆ” จอมทัพ โรม่า กล่าวหลังจากต้องทนฝืนใจใส่เสื้อเบอร์ 17 และด้วยวัยเพียง 18 ปี เขาถูกกดดันด้วยการจับให้เล่นเป็นศูนย์หน้าตัวเป้าของทีม ทั้งที่ตำแหน่งของเขาที่ มัซโซเน่ วางไว้คือ เพลย์เมคเกอร์ ทำให้เขาประสบปัญหาในฟอร์มการเล่นจนถูกดร็อป และเกือบทำให้คิดย้ายทีมออกไปหลัง ซามพ์โดเรีย ยื่นข้อเสนอขอยืมตัวเข้ามา ถึงขั้นที่ เบียงคี่ มีการเตรียมจะดึงเอา ยารี่ ลิตมาเน่น เข้ามาเสริมแทนเขาด้วย แต่สุดท้ายการย้ายทีมก็ไม่ประสบความสำเร็จ นั่นก็เพราะ ต๊อตติ ไม่อาจถอดเสื้อแดงเหลืองตัวนี้ ไปใส่ยูนิฟอร์มทีมอื่นได้ อีกทั้งประธานเซนซี่ ก็ยืนยันว่าจะไม่มีวันปล่อย ต๊อตติ เช่นกัน แน่นอนว่า เบียงคี่ อาจเป็นกุนซือที่ห่วยแตกที่สุดตั้งแต่ โรม่า ก่อตั้งสโมสรมา เขาเป็นคนที่มองไม่เห็นความสามารถของ ต๊อตติ เสียอย่างนั้น

 

        ในท้ายที่สุด เบียงคี่ ต้องเป็นฝ่ายถูกไล่ออกแบบที่ฤดูกาลยังไม่ทันจบ โดยที่ โรม่า แต่งตั้งให้ นีลส์ ลีดโฮล์ม ตำนานแข้งสวีดิชผู้เคยพาทีมคว้าสคูเด็ตโต้เมื่อปี 1982 เข้ามาดูแลทีมเป็นการชั่วคราว ร่วมกับ เอซิโอ เซลล่า ที่เคยคุม ต๊อตติ มาตั้งแต่อยู่ทีมเยาวชน จบฤดูกาล 1996-97 อันเจ็บปวดของ ต๊อตติ เขาลงสนาม 26 นัด ทำได้ 5 ประตู อย่างไรก็ตาม ความเครียดทุกอย่างถูกปลดปล่อยในช่วงซัมเมอร์ ระหว่างที่หลายๆคนพักร้อน ต๊อตติ ไประเบิดฟอร์มกับทีมชาติชุด ยู-23 ของ มาร์โก ตาร์เดลลี่ ในรายการเมดิเตอร์เรเนียน ที่ บารี่ โดยยิง 2 ประตูในนัดชิงชนะเลิศที่ ถล่ม ตุรกี ไป 5-1 คว้าแชมป์อย่างยิ่งใหญ่

 

            หลังเสร็จสิ้นการฉลอง ต๊อตติ กลับมาที่ โรม เพื่อเริ่มต้นความตั้งใจใหม่อีกครั้ง กับเทรนเนอร์จอมวางแผนคนใหม่อย่าง ซเดเน็ค เซมัน และ ต๊อตติ มีโอกาสกลับมาสู่ตำแหน่งเดิมของตัวเองอีกครั้ง 

 

        “ผมลงเล่นทางริมเส้นฝั่งซ้ายภายใต้การคุมทีมของ เซมัน และได้เรียนรู้มากขึ้นในตำแหน่งที่แตกต่างจากเดิม ผมต้องใช้เวลาปรับตัวพอสมควร แม้ผมจะรู้ว่าเป็นตำแหน่งที่ไม่อาจแสดงการเล่นที่ดีที่สุดออกมาเพื่อสร้างประโยชน์ให้กับทีม แต่ผมก็ต้องเล่นเพราะต้องการช่วยเหลือทีม” ต๊อตติ กล่าว

 

 

ปฐมบทแห่งตำนานเบอร์ 10 ประดับปลอกแขนกัปตันหมาป่า แต่เจ็บเลยชวดฟุตบอลโลก .............

 

       จากนั้นไม่นาน เชซาเร่ มัลดินี่ เทรนเนอร์อัซซูรี่ในขณะนั้นก็ได้เรียกตัว ต๊อตติ เข้าร่วมฝึกซ้อมกับทีมชาติชุดใหญ่ ก่อนเกมอุ่นเครื่องเพื่อเตรียมทีมลุยฟุตบอลโลก นั่นคือบทบาทก้าวแรกของเขากับเวทีทีมชาติก็ว่าได้ครับ ทีมชาติอิตาลียุคนั้นเต็มไปด้วยนักเตะชั้นยอด มันยากที่นักเตะอายุน้อยๆจะเข้าไปแทรกอยู่กับรุ่นพี่ได้ นอกจากฝีเท้าจะโดดเด่นมากจริงๆ ขณะเดียวกันในช่วงที่ว่านี้ ผลงานของ ต๊อตติ กับ โรม่า ในฤดูกาล 1997-98 ก็กำลังดีวันดีคืน ต๊อตติ ได้รับการไว้วางใจจากเพื่อนร่วมทีม และเทรนเนอร์ ให้สวมปลอกแขนกัปตันทีมบ่อยครั้ง หลังจากที่ตำแหน่งถาวรนี้ว่างเว้นมา 1 ปีเต็มๆ จากการที่ จานนินี่ อำลาทีมไปเมื่อปี 1996 ระหว่างนั้นมี อัลดาเอียร์ สลับกับ อเบล บัลโบ้ ทำหน้าที่แทน กระทั่งเวลาที่เหมาะสมของ ต๊อตติ มาถึง เขาได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการในเวลาต่อมา ทำให้กลายเป็นกัปตันทีมที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ของ โรม่า ด้วยวัยเพียง 21 ปีเท่านั้น

 

          นอกจากตำแหน่งกัปตันทีมแล้ว อีกหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ที่ต้องจารึกไว้คือการรับมอบเสื้อหมายเลข 10 เป็นครั้งแรกนั่นเอง หมายเลขนี้เคยเป็นของ จูเซ็ปเป้ จานนินี่ มาหลายปี หลังจากที่ “เจ้าชายหมาป่า” คนเดิม อำลาทีมไป เบอร์ 10 ถูกส่งต่อมาที่ ดาเนียล ฟอนเซก้า อยู่ 1 ปี และถึงวันนี้ มันได้ถูกส่งมอบต่อมายังบุคคลที่เหมาะสมที่สุด ในช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุด ต๊อตติ รู้ดีว่าเขาจะต้องเจอกับอะไรบ้างหลังจากนี้ มันจะเปลี่ยนชีวิตเขาไปตลอดกาล แต่เด็กหนุ่มคนนี้กล้าที่จะรับมันอย่างเต็มความภาคภูมิ เขาปลาบปลื้มกับมัน ในฐานะชาวโรมัน การได้เป็นกัปตันทีม โรม่า และสวมเสื้อเบอร์ 10 ถือเป็นเกียรติยศสูงสุดที่เด็กหนุ่มนักฟุตบอลสายเลือดโรมแท้ๆคนหนึ่งจะได้รับ สิ่งที่คุณต้องทำต่อไปคือ เดินหน้า พาทีมก้าวไปให้ไกลที่สุด

 

          โรม่า ในฤดูกาลนี้นั้นได้นักเตะต่างชาติเข้ามาสร้างสีสันมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสุดยอดวิงแบ็กอย่าง คาฟู กับ แว็งซ็องต์ ก็องเดอล่า หรือศูนย์หน้าดีกรีแชมป์ฟุตบอลโลกอย่าง เปาโล แซร์โจ้ บวกกับเพชฌฆาตเจ้าประจำอย่าง บัลโบ้ ที่เป็นตัวหลักช่วยให้ทีมหมาป่าได้สิทธิ์ไปเล่นฟุตบอลยุโรปอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังไปไม่ถึงเป้าหมายสูงสุด คือ สคูเด็ดโต้ ซักที โดยในปีนี้ โรม่า จบได้อันดับ 4 เหนือทีมยักษ์ใหญ่อย่าง มิลาน, ลาซิโอ, ปาร์ม่า และ ฟิออเรนติน่า ขณะที่ ต๊อตติ เองยิงประตูได้ถึง 13 ประตู จากการลงเล่น 30 นัด ซึ่งถือว่าค่อนข้างมากในตำแหน่งเพลย์เมคเกอร์ เขาโดดเด่นทั้งในและนอกสนามด้วยการเข้าร่วมองค์กรการกุศลที่สหพันธ์ฟุตบอลอิตาลีจัดขึ้น โดยเป็นตัวแทนนักเตะไปเยี่ยมเด็กกำพร้าอย่างใกล้ชิด ทั้งฝีเท้าและภาพลักษณ์ของ ต๊อตติ พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ  สื่อที่อิตาลี มองว่าเขาเป็นหนึ่งในตัวเลือกของ มัลดินี่ ซีเนียร์ เพื่อไปเล่นฟุตบอลโลก ที่ฝรั่งเศส แม้ยังไม่เคยเล่นให้ทีมชุดใหญ่ก็ตาม แต่แล้วก็เกิดข่าวร้ายที่ไม่คาดฝันกับสุดยอดนักเตะดาวรุ่งคนนี้

 

         ตัว ต๊อตติ เองโชคร้ายมีอาการบาดเจ็บรบกวนในช่วงก่อนปิดฤดูกาล  และแม้ว่าจะเร่งฟิตร่างกาย แต่ก็ฝืนสังขารตัวเองไม่ไหว ประกอบกับที่ทีมมีนักเตะซูเปอร์สตาร์ในตำแหน่งเดียวกับเขาอยู่แล้ว คือ อเลสซานโดร เดล ปิเอโร่ โกลเด้นบอยของทีมชาติอิตาลีในขณะนั้น รวมทั้งตำนานอย่าง โรแบร์โต้ บาจโจ้ ก็ติดทีมไปด้วย หลังจากซัดถึง 22 ประตูให้กับต้นสังกัด โบโลญญ่า แม้ว่า เชซาเร่ มัลดินี่ จะอยากให้ ต๊อตติ ร่วมทีมไปด้วย ในฐานะดาวรุ่งของทีม แต่ก็ทำไม่ได้ ทีมที่เต็มไปด้วยซูเปอร์สตาร์อย่าง อิตาลี ไม่มีโควตาพิเศษแบบที่ โรนัลโด้ ในปี 1994, กาก้า ในปี 2002 หรือ ธีโอ วัลคอตต์ ในปี 2006 ได้รับ หากฝีเท้าคุณถึง แต่สภาพร่างกายไม่ถึงก็หมดสิทธิ์ สุดท้าย มัลดินี่ซีเนียร์ เองต้องตัดใจ และนั่นทำให้ ต๊อตติ ในวัย 22 ปี ชวดไปสร้างสีสันในฟุตบอลโลกที่ ฝรั่งเศส อย่างน่าเสียดาย

 

        ที่น่าสนใจคือศูนย์หน้าชื่อดังอย่าง เอ็นริโก้ คิเอซ่า ที่เบียดกับเขาในตอนนั้นก็มีอันหลุดโผในเวลาต่อมาเช่นกัน เนื่องจากเจ็บกะทันหัน  โอกาสเลยหลุดไปเป็นของ พี่หงอก ฟาบริซิโอ ราวาเนลลี่ แทน ในส่วนของ ต๊อตติ เขายอมรับว่าตัวเองรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย ที่นักเตะวัยรุ่นอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเขาได้ไปสร้างชื่อในเวทีนี้มากมายทั้ง โรนัลโด้, ราอูล กอนซาเลซ, แพทริค ไคลเวิร์ต หรือกระทั่งรุ่นน้องอย่าง ไมเคิ่ล โอเว่น กับ ซามูเอล เอโต้ ยังได้ไป แต่กลับไม่มีชื่อของ ฟรานเชสโก้ ต๊อตติ ไปร่วมด้วย ซึ่งนั่นอาจเป็นสาเหตุใหญ่ที่ชื่อของเขาแจ้งเกิดในเวทีระดับโลกได้ช้ากว่าคนอื่นๆในบรรดาดาวรุ่งด้วยกัน

 

        อย่างไรก็ตาม ต๊อตติ ตั้งความหวังกับตัวเองในทัวร์นาเมนต์ต่อไป นั่นคือ ยูโร 2000 และการเริ่มต้นฤดูกาลใหม่ 1998-99 ดูจะเป็นที่น่าสนใจไม่น้อย และไม่น่าแปลกใจครับ หลังจากฟุตบอลโลกที่ ฝรั่งเศส จบลง ต๊อตติ ได้รับโอกาสจาก ดิโน่ ซอฟฟ์ เทรนเนอร์คนใหม่ทันที เขาลงเล่นให้ทีมชุดใหญ่นัดแรกในเกมที่ชนะ สวิตเซอร์แลนด์ 2-0 ที่ อูดิเน่ โดยเปลี่ยนตัวลงมาแทน เดล ปิเอโร่ ช่วง 20 นาทีสุดท้าย ซอฟฟ์ เชื่อว่าเด็กหนุ่มคนนี้จะใช้เวลาไม่นานในการก้าวขึ้นมาเป็นซูเปอร์สตาร์ แน่นอนครับว่า ต๊อตติ ถูกเรียกเข้าสู่ทีมชาติอย่างสม่ำเสมอ และไม่เคยหลุดออกจากทีมอีกเลยนับจากนั้น

 

 

การมาของ คาเปลโล่ .............

 

        ฤดูกาล 1998-99 นี้นับเป็นปีที่ ต๊อตติ ต้องเผชิญหน้ากับการแบกทีมด้วยตนเองอย่างแท้จริง เพราะ โรม่า ออกสตาร์ตได้ค่อนข้างฝืดกว่าทุกปี แม้จะแรงในช่วงกลาง แต่ก็มาแผ่วแบบหมดลุ้นแชมป์ในตอนปลาย  ตอนช่วง ต๊อตติ บาดเจ็บไป 1-2 สัปดาห์ แต่หลังจาก ต๊อตติ กลับมาก็ช่วยพาทีมคว้าพื้นที่ ยูฟ่า คัพ ได้สำเร็จ เขาลงสนาม 31 นัด ยิงได้ 12 ประตู พา โรม่า จบที่ 5 ของตาราง เหนือทีมยักษ์ใหญ่อย่าง ยูเวนตุส และ อินเตอร์ แต่ดูเหมือนจะยังไม่ถูกใจท่านประธาน เซนซี่ เท่าใดนัก หลังจบฤดูกาลเลยมีการเปลี่ยนเทรนเนอร์อีกครั้ง โดย เซมัน ถูกยกเลิกสัญญาต้องระเห็จไปคุม เฟเนร์บาห์เช่ ในตุรกี จบฤดูกาลนี้ ต๊อตติ ลงเล่นไป 31 นัด ยิงได้ 12 ประตู

 

        และก็เหมือนฟ้าประทานให้ โรม่า ได้ตัวยอดกุนซือระดับโลกอย่าง ฟาบิโอ คาเปลโล่ เข้ามาให้คำแนะนำ ควบคุมฝูงหมาป่าได้สำเร็จ  ดอน ฟาบิโอ คัมแบ็กจากการว่างงานมา 1 ปีเต็ม หลังลาออกจาก มิลาน อาณาจักรที่เขาเคยสร้างความยิ่งใหญ่มาหลายปี แม้ว่า โรม่า จะต้องสูญเสียแกนหลักอย่าง ลุยจิ ดิ เบียโจ้ ไปให้ อินเตอร์ และ เปาโล แซร์โจ้ ไป บาเยิร์น แต่ทีมก็ได้ดาวดังอย่าง วินเชนโซ่ มอนเตลล่า ศูนย์หน้าจาก ซามพ์โดเรีย เข้ามาทดแทน รวมทั้ง ฟรานเชสโก้ อันโตนิโอลี่, มาร์กอส อัสซุนเซา และ คริสเตียโน่ ซาเน็ตติ ขณะที่ตัว ต๊อตติ เองคาดหวังกับฤดูกาลนี้ไม่แพ้ เซนซี่ แต่กับ คาเปลโล่ แล้ว เขายอมรับว่าต้องใช้เวลาสร้างทีมๆนี้อีกซักระยะ

 

 

ฟอร์มอันเหลือเชื่อของ ต๊อตติ .............

 

       หมาป่ากรุงโรมออกสตาร์ทฤดูกาล 1999-2000 อย่างร้อนแรงมาก ขึ้นไปอยู่บนหัวตาราง ขนาดที่บริษัทรับพนันบอลต้องรีบปรับอัตราแชมป์ให้เป็นกลุ่มตัวเต็งที่จะคว้าแชมป์ในปีนี้ทีเดียว และส่วนสำคัญที่ทำให้ทีมผงาดได้ก็หนีไม่พ้นตัว ต๊อตติ อีกนั่นแหละ ที่คอยจ่ายบอลงามๆให้คู่ศูนย์หน้า มอนเตลล่า – เดลเว็คคิโอ ซัลโวประตูกันเป็นว่าเล่น จนคว้ารางวัลนักฟุตบอลดาวรุ่งยอดเยี่ยมของอิตาลีไปครอง ฟอร์มของกัปตันหมาป่าพุ่งแรงถึงขนาด นีล ลีดส์โฮล์ม อดีตเทรนเนอร์ชุดแชมป์สคูเด็ตโต้ปี 82 ยังออกมากล่าวยกย่องว่า “แฟนบอลยอมเสียค่าตั๋ว เพื่อเข้ามาชมลีลาของ ต๊อตติ” เลยทีเดียว  ว่ากันว่าในช่วงเวลานั้น มีนักเตะชื่อดังในอดีตอย่าง เปเล่ , ดีเอโก้ มาราโดน่า, มิเชล พลาตินี่ หรือ มาร์โก ฟาน บาสเท่น เข้ามาชมลีลาของเขาด้วยแทบไม่เว้นทุกเกม

 

        และจากฟอร์มสุดยอดในปีนี้ทำให้ประตูของเขาในทีมชาติอิตาลีกลับมาเปิดกว้างอีกครั้ง  ถึงแม้ว่าจะยังเป็นแค่ตัวสำรองของ เดล ปิเอโร่ ก็ตาม เพราะยามที่ได้รับโอกาส ต๊อตติ ไม่ทำให้เทรนเนอร์ผิดหวัง เมื่อจัดการซัดประตูแรกในนามทีมชาติได้สำเร็จในเกมกับทีมชาติโปรตุเกส เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2000 ซึ่งเกมนั้น อิตาลี เอาชนะไป 2-0 โอกาสของเขาโดดเด่นมากกว่าดาวรุ่งอิตาเลียนคนอื่นๆในรุ่นเดียวกันอย่างเห็นได้ชัดทีเดียว

 

        อย่างไรก็ดี มีโชค มันก็ต้องมีเรื่องอับโชคเป็นของคู่กัน ปัญหาอาการบาดเจ็บในช่วงท้ายฤดูกาล ทำให้ ต๊อตติ ไม่ได้ลงสนามราวเดือนกว่าๆ และในช่วงนั้นเอง คาเปลโล่ ได้ไปเซ็นสัญญาคว้าตัว ฮิเดโตชิ นากาตะ มาจาก เปรูจา  แบบสายฟ้าแลบ หวังจะเข้ามาเสริมทีมในเวลาที่ ต๊อตติ ไม่อยู่  นากาตะ เองฟอร์มดี แต่ช่วย โรม่า แทบไม่ได้เลยในการเก็บชัยชนะในช่วง 10 เกมสุดท้าย และเมื่อ ต๊อตติ หายเจ็บกลับมาทวงตำแหน่งคืน โค้ชเริ่มประสบกับปัญหาตำแหน่งของนากาตะ โดยจับดาวเตะญี่ปุ่นไปเล่นเป็นมิดฟิลด์ตัวรับซึ่งเจ้าตัวไม่ถนัด ทำให้ฟอร์มของดาวเตะแดนปลาดิบหยุดชะงัก มีข่าวลือออกมาว่าอาจเป็นเพราะเหตุผลทางธุรกิจ กับสปอนเซอร์ของ นากาตะ ทำให้ทีมไม่อาจดร็อปเขาได้ ตามมาด้วยข่าวลือที่ไม่กินเส้นกับ ต๊อตติ ยังผลส่งโดยตรงถึงทีม โรม่า โชว์ผลงานผิดฟอร์มจากเมื่อช่วงต้นฤดูกาลไปในทันที

 

         สื่อหลายสำนักตีความกันว่า มันเป็นความผิดพลาดหรือเปล่าในการคว้า นากาตะ มาในตอนนั้น? ก็สุดแล้วแต่จะตีความกันไป ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ต๊อตติ เองก็ไม่ได้มีปัญหากับ นากาตะ อย่างที่เป็นข่าวแต่อย่างใด เพียงแต่ไม่เข้าใจเล็กน้อย  ที่ทำไมยังจับ นากาตะ ลงพร้อมกับเขา ทั้งๆที่น่าจะใส่มิดฟิลด์ตัวรับธรรมชาติจริงๆลงมากกว่า ใครจะทราบล่ะครับว่า 2 คนนี้จะช่วยกันพา โรม่า ไปสู่สคูเด็ตโต้ในปีถัดมา สรุปฤดูกาลนี้ ต๊อตติ ลงสนาม 27 นัด ยิงได้ 7 ประตู

 

 

ที่มา: Francesco Totti Club Thailand