39ปี ฟรานเชสโก้ ต๊อตติ: สัญลักษณ์แห่งโรม่า ตำนานราชาหมาป่ากรุงโรม part 4

โพสต์โดย romathai 18/12/2015 0 คอมเม้นท์ บทความพิเศษ,

โชว์ฟอร์มเด็ดประชัน ซีดาน ในยูโร 2000 ............

 

       จากฟอร์มอันร้อนแรงของ ต๊อตติ แน่นอนว่ามันทำให้เขากลายเป็นตัวหลักในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ครั้งแรกในชีวิต  นั่นก็คือ ยูโร 2000  ที่เบลเยียม  กับ ฮอลแลนด์ เป็นเจ้าภาพร่วม และ ต๊อตติ ก็ไม่ทำให้ ดิโน่ ซอฟฟ์ เทรนเนอร์อัซซูรี่ต้องผิดหวัง เมื่อฉายฟอร์มเด่นกว่ารุ่นพี่อย่าง เดล ปิเอโร่ แบบกลบสนิท สร้างความกระจ่างให้บรรดานักข่าวอิตาเลียน ว่าทำไมถึงไม่ต้องใช้บริการของ โรแบร์โต้ บาจโจ้ อีกต่อไป ต๊อตติ เองได้เล่นในตำแหน่งเพลย์เมคเกอร์ ที่ตัวเองถนัด และยังวอลเลย์ประตูสุดสวยให้ทีมได้ในเกมเจอ โรมาเนีย อีกด้วย จากนั้นเขาก็โดนดร็อปบ้างในเกมตัดเชือก ที่เจอเจ้าถิ่น ฮอลแลนด์ เพราะ ซอฟฟ์ ต้องการเน้นเกมรับ และ ต๊อตติ ก็ได้ลงสนามลงมาเปิดเกม หลังจาก อิตาลี ทำเกมไม่ขึ้น จวนเจียนจะเสร็จรอมร่อ อาศัยฟอร์มโคตรเซฟของ ฟรานเชสโก้ ตอลโด้ ช่วยไว้หลายครั้ง กระทั่งเกมจบลงเสมอกัน และต้องดวลจุดโทษ ต๊อตติ ก็ได้รับมอบหมายให้ได้ทำหน้าที่ที่แสนกดดันอันนี้ด้วย และแล้วเขาก็จัดการชิพบอลข้ามหัว เอ็ดวิน ฟาน เดอ ซาร์ นายทวารดัตช์เข้าไปอย่างสุดคลาสสิค ช่วยให้ อิตาลี ผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศ กับแชมป์โลกอย่าง ฝรั่งเศส ในที่สุด

 

        และในเกมนัดชิงชนะเลิศนั้นเอง ต๊อตติ ก็ได้โชว์ผลงานระดับมาสเตอร์พีซให้ทั่วโลกได้ประจักษ์ กับลูกเล่นเหนือชั้นของเขาตลอดทั้งเกม ไม่น่าเชื่อว่าเด็กหนุ่มจากโรม จะให้ทำให้คนดูละสายตาจาก ซีเนอดีน ซีดาน ได้ การตอกส้นกลับหลังอย่างรุนแรงทะลุแผงหลังฝรั่งเศสของ ต๊อตติ ทำให้ จานลูก้า เปสซ็อตโต้ หลุดไปเปิดบอลให้ เดลเว็คคิโอ เพื่อนร่วมทีมหมาป่า โหม่งทำประตูให้กับ อิตาลี ขึ้นนำไปก่อน นิตยสารเวิลด์ ซ็อคเกอร์ของอังกฤษ ถึงกลับกล่าวว่า

 

         “นั่นเป็นความมั่นใจ ที่แสดงให้เห็นว่าศิลปินลูกหนังคนใหม่แห่งอิตาลีได้ก้าวสู่เวทีฟุตบอลระดับนานาชาติเต็มตัวแล้ว”  

 

          แต่อย่างไรก็ตามวาสนาเขายังไม่แรงพอ  ต๊อตติ ยังคงชวดแชมป์เมเจอร์แรกของเขาต่อไป ฝันของเขาต้องสลายเมื่อ อิตาลี ไม่สามารถต้านทาน ฝรั่งเศส ได้ มาโดนประตูของ ซิลแว็ง วิลตอร์ ซัดเข้าไปในช่วงทดเวลา และ ดาวิด เทรเซเก้ต์ ในช่วงต่อเวลาพิเศษ ทำให้ อิตาลี ต้องเศร้าอีกครั้ง เมื่อได้แค่ตำแหน่งรองแชมป์ (อีกแล้ว) หลายคนคงลืมไปแล้ว ว่าเกมนัดชิงชนะเลิศเกมนั้น ต๊อตติ เป็นแมน ออฟ เดอะ แมตช์ ทั้งๆที่ อิตาลี ได้แค่รองแชมป์ แม้ว่า ต๊อตติ จะโชว์ฟอร์มได้ดีแค่ไหนก็ตาม อาจดีกว่า ซีดาน ด้วยซ้ำ แต่เมื่อคุณยังไม่ได้แชมป์ ก็ย่อมจะยังไม่ได้รับการยอมรับความสามารถอย่างเต็มปากเต็มคำกับทุกๆคน หน้าที่ต่อไปของ ต๊อตติ คือกลับไปซ้อมกับ โรม่า เตรียมสู้ศึกในฤดูกาลใหม่

 

 

การเสริมทีมที่ยิ่งใหญ่  นำพาไปสู่สคูเด็ตโต้ .............

 

       การคว้าตัว กาเบรียล บาติสตูต้า, เอเมอร์สัน แฟร์ไรร่า และ วอลเตอร์ ซามูเอล  3 นักเตะชั้นยอดมาร่วมทีม  สร้างความยิ่งใหญ่ในพาวเวอร์ของประธาน เซนซี่ ไม่น้อย  พวกเขาได้ทีมที่สุดยอด กับนักเตะชั้นยอดที่มีอยู่แล้วภายใต้การคุมทีมของกุนซือระดับสุดยอดอย่าง คาเปลโล่  นั่นทำให้ ต๊อตติ เองปลื้มมากกับการตัดสินใจของ เซนซี่  เขารู้ดีว่าพร้อมแล้วที่จะพาทีม โรม่า ขึ้นไปทาบกับยอดทีมอีกหลายๆทีมได้อย่างไร  การออกสตาร์ทที่สุดยอดของตัวเขา และทีม  มันบ่งบอกทุกอย่างอยู่แล้ว  แน่นอนว่าแทบจะทุกประตู รูปเกม แบบแผนในการเก็บชัยชนะ ล้วนมาจากการบงการอันชาญฉลาดของ ต๊อตติ ทั้งสิ้น  การได้ลงเล่นต่อกรกับนักเตะระดับโลกทุกสัปดาห์สั่งสมประสบการณ์ของเขาจนก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะระดับเวิลด์คลาสไปแบบไร้คนคัดค้าน เมื่อฟอร์มอันยอดเยี่ยมมาบวกกับผลงานที่ ต๊อตติ ทำไว้ใน ยูโร 2000 ทำให้เขาได้รับรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมประจำปี 2000 ของอิตาลี และลีก เซเรีย อา ไปครองจนได้ มันเป็นรางวัลที่สำคัญมาก เพราะคะแนนมาจากการโหวตของนักเตะ กัลโช่ ด้วยกันเอง ที่สำคัญในเวลานั้น ลีกกัลโช่ยังเต็มไปด้วยซูเปอร์สตาร์คับคั่งทั้ง ซีดาน, โรนัลโด้, รุย คอสต้า หรือ เวรอน

 

         ในฤดูกาล 2000-01 เพียงแค่ 7 เกมแรก ต๊อตติ ก็ยิงประตูไปถึง 5 ลูกแล้ว หลังจากนั้น เขาก็ยังช่วยทีมด้วยการยิงประตูอย่างต่อเนื่องในเกมกับ อูดิเนเซ่, บารี่, มิลาน และ นาโปลี ทำให้ทีมหมาป่าผงาดเกาะตำแหน่งคาโปลิสต้า (จ่าฝูง) อย่างเหนียวแน่น ช่วงนั้นฟอร์มแรงจัดถึงขั้นชนะคู่แข่งติดต่อกัน 7 นัดเลยทีเดียว ทำให้ทีมคว้าตำแหน่งแชมป์ในหน้าหนาวไปครอง หรือแชมป์ครึ่งฤดูกาลแรกนั่นเอง ตัวผมเองได้มีโอกาสไปเยือน อิตาลี ในช่วงกลางเดือนเมษายน ปีนั้นพอดี และได้ซึมซับกับบรรยากาศกระแสความคลั่งไคล้ในตัว ต๊อตติ มาไม่น้อย นอกจากเขาจะเป็นสัญลักษณ์ของทีมอย่างเต็มตัวแล้ว ยังเป็นเหมือนสัญลักษณ์และความภาคภูมิใจของกรุงโรมอีกด้วย

 

 

อารมณ์รุนแรงของ ต๊อตติ ก่อนกลับมานำทัพหมาป่าเป็นแชมป์อิตาลี .............

 

        อย่างไรก็ตาม ต๊อตติ เองก็มีข้อเสียอยู่เหมือนกัน นอกสนามกับในสนามแตกต่างกันลิบลับ  คือ เขาจะเป็นคนที่เชื่อมั่นในตัวเองสูงมากยามที่ลงเล่นในทุกๆเกม เป็นคนที่มีอารมณ์ร้อน และความกระหายในชัยชนะสูงมากๆ จนบางครั้งเมื่ออะไรไม่เป็นอย่างที่ใจคิด เรื่องที่ไม่น่าดูชมก็เกิดขึ้นเหมือนกัน  ไฮไลต์ที่สำคัญอีกเรื่องของปีนี้คือ ต๊อตติ โดนเปลี่ยนออกในเกมที่ไปเยือน ยูเวนตุส ที่ เดลเล่ อัลปิ บอกตามตรง ผมคิดว่าฟอร์มของ ต๊อตติ เองไม่ได้แย่อะไรขนาดนั้น เพียงแต่วันนั้น เขาไม่มีสมาธิกับเกมเอาเสียเลย ทำเกมช่วย โรม่า ไม่ได้ คาเปลโล่ จึงตัดสินใจเปลี่ยนเขาออกมานั่งพัก และส่ง นากาตะ ลงไปแทน ซึ่ง ต๊อตติ เองไม่ได้ซีเรียส  แค่มีซึมๆบ้างบนม้านั่งสำรอง เขายังเข้าไปแสดงความยินดีกับ นากาตะ หลังจากโชว์ผลงานยิง 1 จ่าย 1 ด้วยซ้ำไป

 

          เหตุการณ์มันมาเกิดในเกมถัดไปครับ ในการลงสนามรับมือ อตาลันต้า ในบ้าน และเป็นนัดที่สองติดต่อกันที่ ต๊อตติ ยังไม่สามารถคืนฟอร์มตัวเองได้ แม้ว่าทีมคู่แข่งจะถูกมองว่าเป็นรองเยอะก็ตาม ทำให้เขาถูก คาเปลโล่ เปลี่ยนตัวออกกลางเกมอีกครั้ง คราวนี้ ต๊อตติ ระเบิดอารมณ์ออกมา เตะขวดน้ำข้างม้านั่งสำรองกระจายเลย  รวมทั้งเดินออกจากอัฒจันทร์ ไปเลยในตอนนั้น  แฟนบอลทั่วไปอาจคิดว่านั่นเป็นพฤติกรรมที่ก้าวร้าว และไม่เหมาะสมที่กัปตันทีมอย่างเขาจะทำแบบนั้นต่อหน้าเทรนเนอร์  แต่ใครจะรู้บ้างว่าที่เขาเตะขวดน้ำกระจายนั้น  ไม่ได้มาจากความโกรธอะไรในตัว คาเปลโล่ เลย  เขาโกรธตัวเอง โมโหตัวเอง ที่ไม่สามารถเรียกฟอร์มที่ดีที่สุดช่วยทีมรักได้ต่างหาก

 

          แน่นอนครับว่าทั้ง คาเปลโล่ แฟนบอล โรม่า รวมทั้งเพื่อนร่วมทีมเข้าใจเขาเสมอ  และนั่นก็เป็นเพียง 2 เกม ที่ ต๊อตติ ได้เรียนรู้อะไรบางอย่างกับตัวเอง  เขากลับมาอีกครั้งในเกมไปเยือน บารี่  โชว์ลีลาการจ่ายบอลให้บาติสตูต้า และ คาฟู ช่วยกันซัดเจ้าถิ่นก่อนเอาชนะไปขาดลอย 4-1 ทีมหมาป่าขยับเข้าใกล้แชมป์มากขึ้นทุกขณะ และเมื่อเอาตัวรอดจาก มิลาน มาได้   ต๊อตติ ก็มีส่วนในการช่วยยิงประตูสุดสวยเมื่อไปเยือน นาโปลี  ก่อนจะมายิงประตูเบิกร่องในเกมสุดท้ายกับ ปาร์ม่า ในโอลิมปิโก้ พาทีมชนะไปอย่างสวยงาม 3-1 คว้าแชมป์สคูเด็ตโต้เป็นครั้งแรกในชีวิตได้อย่างยิ่งใหญ่  เหนือคำบรรยาย   หลังเกมกับทีมจัลโล่บลู จบลง  ต๊อตติ ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า นี่คือเกมที่ดีที่สุดในชีวิตของเขาอย่างแท้จริง  แม้ว่า อิตาลี จะเป็นแชมป์ยูโรก็เถอะ มันเทียบไม่ได้เลยกับสคูเด็ตโต้ครั้งแรก  สคูเด็ตโต้มันเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของ ต๊อตติ จริงๆ  ต๊อตติ คว้ารางวัลผู้เล่นอิตาเลียนดีเด่นประจำปี 2001 ไปครองเป็นสมัยที่สองติดต่อกัน ด้วยผลงานลงสนาม 30 เกม ยิงได้ 13 ประตู

 

           หลังจากจบฤดูกาลนี้  ต๊อตติ ตั้งเป้าหมายต่อไปของเขาคือ คว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่ทีมยังไม่เคยสัมผัส รวมทั้งป้องกันแชมป์สคูเด็ตโต้ให้ได้  จากนั้นก็เดินทางสู่เอเชียเพื่อเติมความฝันคว้าแชมป์โลกกับทีมชาติอิตาลี เรื่องน่าเสียดายในปีนี้มีอยู่เพียงเรื่องเดียว คือ ต๊อตติ ต้องแยกทางกับเอเย่นต์คู่ใจอย่าง ฟรังโก้ ซาวาญ่า  หลังจากที่ทั้งคู่มีปัญหากันในเรื่องของผลประโยชน์ที่ ต๊อตติ มองว่าเขาได้รับอย่างไม่เป็นธรรม จึงทำให้เขาตัดสินใจแยกทางกับ ซาวาญ่า ที่ร่วมงานกับเขามานับ 10 ปีตั้งแต่ยังเป็นนักเตะเยาวชน โดย ต๊อตติ เลือกที่จะใช้บริการของ วินเชนโซ่ โมราบิโต้ แทนนับจากนั้น

 

 

การสั่งสมฝีเท้าที่ดูเหมือนจะเพิ่มอย่างไม่หยุดยั้ง ...............

 

       เริ่มต้นซีซั่นใหม่กับการติดตราสคูเด็ตโต้อันทรงเกียรติไว้บนหน้าอก  ต๊อตติ เองฟอร์มยังเยี่ยม  แต่ดูเหมือนเพื่อนร่วมทีมหลายๆคนจะฟอร์มตกลงไป  อย่าง บาติสตูต้า หรือ ตอมมาซี่  บวกกับดาวรุ่งค่าตัวแพงอย่าง อันโตนิโอ คาสซาโน่ ที่เพิ่งซื้อเข้ามา ยังต้องใช้เวลาปรับตัว ทำให้ผลงานของ โรม่า ดูไม่เปรี้ยงปร้างเหมือนปีที่แล้ว  แต่ ต๊อตติ ก็ยังแบกทีมหมาป่าขึ้นไปคว้าแชมป์หน้าหนาว (ครึ่งฤดูกาลแรก) ได้สำเร็จ  และต้องยอมรับเลยจริงๆว่าการป้องกันแชมป์นั้น มันยากกว่าไขว่คว้าหาแชมป์ปีก่อนหลายเท่าตัว  หลายทีมพยายามสร้างทีมเพื่อโค่น โรม่า ให้ได้   ดังนั้น ต๊อตติ และเพื่อนร่วมทีมก็ต้องรวมแรงรวมใจกันต่อสู้ให้ถึงที่สุดเท่าที่จะทำไหว ซึ่งก็ดูเหมือนเขาจะทำได้ดีพอตัว  การเปิดบ้านต้อน บาร์เซโลน่า  3-0 ใน แชมเปี้ยนส์ ลีก  นอกจากจะปั้นเกมแล้ว เขายังวิ่งพล่านไปทั่วสนาม ไล่บอลแบบไม่ถอย ทำให้ ต๊อตติ ได้เป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมของเกมดังกล่าว

 

       ผลงานของ ต๊อตติ ยังเป็นที่กล่าวถึงในทีมชาติอิตาลีรอบคัดเลือกฟุตบอลโลกในเกมสุดท้ายกับ ฮังการี  นัดนั้น ต๊อตติ โชว์ลูกจ่ายเหนือชั้นมากมายนับ 10 ลูก แต่กองหน้าแต่ละคนกลับยิงทิ้งๆขว้างๆไปหมด สุดท้ายลงเอยด้วยการสังหารฟรีคิกของ เดล ปิเอโร่ เป็นประตูชัยให้อิตาลี หลังจบเกมทุกคนยกให้ เดล ปิเอโร่ เป็นฮีโร่ (ผมก็คิดเช่นนั้น)  แต่ความเป็นจริงที่เกิดขึ้นคือ เดล ปิเอโร่ แทบทั้งเกมโชว์ฟอร์มไม่ออกเลย  และเป็น ต๊อตติ ที่ได้แมน ออฟ เดอะ แมตช์ อย่างเป็นทางการในเกมนั้นไป

 

       เท่านั้นยังไม่พอ  ต๊อตติ โชว์ผลงานดีที่สุดนัดหนึ่งในชีวิตก็ว่าได้  ในเกมแห่งความทรงจำกับ ลาซิโอ ในดาร์บี้แมตช์กรุงโรมเกมที่ 148  เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2002  ต๊อตติ โชว์ความสุดยอดออกมาทั้งการทำเกม การครองบอล การตัดทำลายเกม รวมทั้งการยิงประตูอันสุดเหนือชั้น ยังไม่นับกลเม็ดเด็ดพราย ทั้งลูกส้น ลูกไขว้  การกระชากแผงหลังลาซิโอ 3-4 คนกระจุย ฯลฯ สุดท้ายพาทีมชนะถึง 5-1 เล่นเอา อเลสซานโดร เนสต้า ถึงกับเพ้อไม่อยากลงสู้หน้าแฟนบอลตัวเองอีกต่อไป และถ้าหาก มอนเตลล่า ไม่ได้ผีเข้าทำคนเดียวถึง 4 ประตู  ต๊อตติ ก็คงจะได้เป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมของเกมนั้นอย่างไม่ต้องสงสัย  ถึงกับมีคำถามจากสื่อตามมาว่า ใครจะหยุด ต๊อตติ และ โรม่าได้

 

       ก็นั่นแหล่ะครับ สุดท้ายแล้ว โรม่า ของ ต๊อตติ ก็มีคนหยุด และไปไม่ถึงฝั่งฝันจริงๆ  เพราะตัว ต๊อตติ เองต้องประสบกับปัญหาบาดเจ็บช่วงท้ายฤดูกาล ทำให้ได้ลงสนามน้อยกว่าที่ควรจะเป็น แถมทีมหมาป่ายังดันไปเล่นประมาทในเกมกับ ลิเวอร์พูล เลยตกรอบ แชมเปี้ยนส์ ลีก แบบน่าเจ็บปวดสุดๆ ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ในเฟสเดียวกัน สามารถต้อนยอดทีมอย่าง บาร์เซโลน่า ได้ถึง 3-0  และทีมกำลังนำเป็นจ่าฝูงของกลุ่มก่อนเกมสุดท้ายแท้ๆ แต่กลับแพ้ให้อดีตแชมป์ยุโรปจากอังกฤษในเกมสุดท้ายที่ แอนฟิลด์ 0-2 จากจ่าฝูง เลยร่วงตกไปเป็นที่ 3 ปล่อยให้ บาร์เซโลน่า กับ ลิเวอร์พูล ควงแขนกันเข้ารอบหน้าตาเฉย ทั้งๆที่ โรม่า เป็นหนึ่งในเต็งแชมป์ของรายการ และเป็นทีมที่ได้ชื่อว่าสมบูรณ์แบบที่สุดในโลกชั่วโมงนั้น แต่กลับเข้าไม่ถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย

 

         หนำซ้ำในคัมปิโอนาโต้ ที่ทีมหมาป่าเป็นแชมป์เก่า ยังมิอาจต้านทานความคงเส้นคงวาของ ยูเวนตุส ได้ ขนาดหลายฝ่ายกาชื่อทีมม้าลายของ มาร์เชลโล่ ลิปปี้ ทิ้งไปแล้วด้วยซ้ำ เลยกลายเป็นว่าต้องเสียแชมป์ไปให้ ยูเว่ โดยต้องลุ้นกันถึงเกมสุดท้ายของฤดูกาล (ยูเว่ ร้อนเว่อร์มาก 5 เกมสุดท้ายชนะรวด) อย่างไรก็ตามนักเตะ โรม่า ทุกคนได้ทุ่มเทกันจนถึงที่สุดแล้ว คาสซาโน่ เองก็ทดแทน ต๊อตติ ได้เยี่ยม ไม่มีอะไรต้องเสียใจ  แฟนบอลจัลโล่รอสซี่ทุกคนเชื่อว่าราชาของพวกเขาจะนำทีมๆนี้กลับมาคว้าสคูเด็ตโต้ได้อีกครั้ง  จบฤดูกาล 2001-02 ต๊อตติ ลงสนาม 24 เกม ยิงได้ 8 ประตู ส่วนต้นสังกัด โรม่า ได้รองแชมป์อิตาลี โดยมีแต้มเป็นรอง ยูเว่ เพียงคะแนนเดียวเท่านั้น

 

 

ที่มา : Francesco Totti Club Thailand