39ปี ฟรานเชสโก้ ต๊อตติ: สัญลักษณ์แห่งโรม่า ตำนานราชาหมาป่ากรุงโรม Part 1

โพสต์โดย romathai 08/12/2015 0 คอมเม้นท์ บทความพิเศษ,

 

ทุกวันที่ 27 กันยายน ของทุกปี มีความหมายอะไรกับชาวโรมัน กับกรุงโรม ผู้คนที่นั่นทราบคำตอบดี ผมกำลังพูดถึงบุรุษที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโรมยุคปัจจุบัน ที่ชาวโรมันต่างยกให้เป็นสัญลักษณ์ของเมืองๆนี้ ใช่ เขาเป็นนักฟุตบอล แต่เป็นมากกว่านักเตะทั่วไปคนหนึ่ง นี่ไม่ใช่เพียงแค่สัญลักษณ์ของทีมฟุตบอล แค่คำเกริ่น ไม่ต้องบอกชื่อ ก็เดากันไม่ยากใช่ไหมครับ ฟรานเชสโก้ ต๊อตติ นั่นเอง วันนี้ถือเป็นวันคล้ายวันเกิดของ ต๊อตติ ที่อายุครบ 39 ปีพอดี ก็ถือโอกาสนี้อวยพรวันเกิด ต๊อตติ ไปในกระทู้นี้เหมือนกับทุกๆปีที่ผ่านมา พร้อมกับนำประวัติของเขามาเล่าสู่กันฟังอีกครั้ง ซึ่งก่อนหน้านี้เคยนำมาลงครั้งแรกเมื่อปี 2002 มาถึงวันนี้เป็นครั้งที่ 12 แล้ว ผ่านไปแต่ละปี ผมจะอัพเดตเขียนเพิ่มไปเรื่อยๆ เพื่อนำเสนอเรื่องราวต่างๆของ ต๊อตติ ทั้งในและนอกสนาม ที่หลายคนอาจจะยังไม่ทราบกัน มีความเห็นอะไรติชมกันได้ตามสบายครับ

 

          เนื้อหาในประวัติทั้งหมดนี้ ผมทำการรวบรวมข้อมูลจากประวัติตามหนังสือ และจากเว็บไซต์ต่างๆตั้งแต่ปี 2000 รวมทั้งข่าว และบทสัมภาษณ์ ก่อนนำมาเขียนเป็นเรื่องราวด้วยเนื้อหาส่วนตัว ทุกปีที่ได้ข้อมูลมาเพิ่มไม่ได้มีแต่ฤดูกาลที่เพิ่งจบไป แต่อาจเป็นข้อมูลเก่าๆที่ยังไม่ได้เปิดเผย หากพบข้อมูลเพิ่มก็จะมีการนำมาแทรกในข้อมูลเดิมครับ ซึ่งใครที่เคยอ่านแล้ว ก็น่าจะพอคุ้นกันดี เพราะเนื้อหาก็คล้ายๆกับปีก่อนๆ ใครเคยอ่านมาแล้วก็อย่าเพิ่งเบื่อกัน เพราะมาแค่ปีละครั้ง ใครไม่เคยอ่าน ผมรับประกันว่าคุณได้เนื้อจากในนี้ไปเต็มๆ

 

          ท่านใดมีรูปหรือเรื่องเกี่ยวกับ ต๊อตติ ก็ช่วยกันลงเพิ่มต่อได้ แต่ยังไงขอรอผมโพสให้จบก่อนนะ เดี๋ยวไม่ต่อเนื่อง ยกเว้นจะคอมเมนต์ในแต่ละความเห็นย่อย สามารถคอมเมนต์ได้เลยครับ ผมคงจะใช้เวลาโพสเรื่อยๆทั้งวัน อาจจะออกไปกินข้าวบ้าง มีแอบงีบบ้าง ฮ่าๆ เอาล่ะ ไปพบกับเนื้อหาความเป็นตัวตนของ ต๊อตติ ตั้งแต่เริ่มต้นกันเลยครับ

 

คุณจะเรียกเขาว่า เซซ่าร์, กลาดิเอเตอร์ หรือ ราชาแห่งฝูงหมาป่า ก็ได้  เป็นเวลามากกว่า 17 ปีแล้วที่นักเตะชื่อ ฟรานเชสโก้ ต๊อตติ ก้าวขึ้นมาเป็นกัปตันทีมฟุตบอลแห่งโรม  หลังจากหมดยุคของ จูเซ็ปเป้ จานนินี่  เจ้าชายหมาป่าคนก่อน  เวลาล่วงมาถึงปัจจุบัน เขาได้ก้าวขึ้นมากุมหัวใจแฟนบอล โรม่า ทั้งปวงไปหมดแล้ว  สำหรับแฟนบอลหมาป่า เขาเปรียบเสมือนตำนานผู้เป็นสัญลักษณ์ของทีม เป็นหนึ่งในนักฟุตบอลที่ดีที่สุดที่ทีมเคยมีมา  การก้าวขึ้นมาถึงจุดนี้ได้ นับว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจมากทีเดียวถึงจุดเริ่มต้นของสุดยอดนักเตะคนนี้

 

 

 

ชีวิตที่มีฟุตบอลในวัยเด็ก ..............

 

        ฟรานเชสโก้ ต๊อตติ เกิดเมื่อวันที่ 27 กันยายน ปี 1976 ในย่าน ปอร์ตา เมโตรเนีย ของกรุงโรม บ้านของเขาอยู่ห่างจาก โคลอสเซียม ราวๆ 2 กิโลเมตรเท่านั้น  เขามีชีวิตในวัยเด็กต่างจากเด็กคนอื่นๆทั่วๆไป ด้วยวัยเพียงแค่ 9 เดือน ก็ได้สัมผัสลูกฟุตบอลแล้ว  มันเหมือนเป็นของเล่นของเขาที่คุณพ่อ ลอเร็นโซ่ และคุณแม่ ฟิออเรลล่า หยิบยื่นให้  แม้กระทั่งในเวลาหลับก็ยังกอดลูกฟุตบอลไว้ในอ้อมแขน  เหตุผลอย่างหนึ่งที่คุณแม่เค้าสนับสนุนให้หนูน้อย ต๊อตติ เล่นฟุตบอล เพราะเธอต้องการให้เขาอยู่ห่างจากบริเวณบ้าน หลีกหนีการที่จะต้องเห็นคุณปู่ คุณย่า ซึ่งต้องทนทรมานกับอาการเจ็บป่วยในวัยชราอย่างหนัก

 

         วัยเด็กของเขาคือดูฟุตบอลครับ ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายทอดสด หรือไฮไลต์ ทั้งในกัลโช่ หรือลีกต่างประเทศ เขาดูหมด ขณะที่เด็กคนอื่นๆเลือกที่จะดูการ์ตูน เขาเริ่มฝึกฝนการเล่นฟุตบอลเมื่ออายุ 4 ขวบ และอีก 1 ปีต่อมา ก็ได้ลงประลองในสนามเป็นครั้งแรก  โดยคุณพ่อที่เห็นแววเก่งมาแต่ไกล พาเขาเข้าไปร่วมเล่นฟุตบอลกับนักเตะรุ่นพี่ ในทัวร์นาเมนต์ฤดูร้อน เขาขออนุญาตลงสนามท่ามกลางเสียงคัดค้านของเด็กที่โตกว่า ผลคือหนุ่มผมบลอนด์ ต๊อตติ ได้ลงสนามไป 2-3 นาที และยิงได้ 2 ประตู จากนั้นมาก็ไม่มีใครปฏิเสธการลงสนามของเค้าอีกเลย

 

        ความเก่งกาจตั้งแต่เด็กของ ต๊อตติ ทำให้เขาตั้งใจที่จะเล่นฟุตบอลอย่างจริงจังมากขึ้นเรื่อยๆ  เริ่มจากการลงเล่นกับสโมสร ฟอร์ติตูโด้  ทีมเยาวชนแรกในชีวิตของเขา ด้วยวัยเพียง 8 ขวบ จากเด็กที่อายุน้อยที่สุด  ตัวเล็กที่สุดในทีม  แต่กลับกลายเป็นนักเตะที่เก่งที่สุด  ทั้งการลากเลื้อย ครองบอล และทำประตู โดยเฉพาะเทคนิคในการควบคุมลูกแสดงให้เห็นว่าเขาคืออัจฉริยะโดยกำเนิด จากนั้นเขาเดินทางไปฝึกซ้อมร่วมกับทีมเยาวชน สมิต ตราสเตเวเร่ ในปีเดียวกัน ซึ่งเหมือนเป็นการยกระดับตัวเองให้มากขึ้น ต๊อตติ ซ้อมอยู่ที่นี่ 2 ปี จนอายุได้ 10 ขวบพอดีครับ

 

 

ย่างก้าวสู่นักฟุตบอลอาชีพเต็มตัว .............

 

        ต๊อตติ เดินทางไปฝึกซ้อมต่อกับทีม โลดิจานี่ ทีมสมัครเล่นในโรม ซึ่งนั่นเป็นเหมือนการสร้างประตูบานใหญ่ในการส่ง ต๊อตติ เข้าสู่ความเป็นนักเตะเต็มตัว  ต้องขอบคุณเทรนเนอร์คนแรกของเขา มาสโตรปิเอโตร  ก่อนจะมาเป็น เอมิดิโอ เนโรนี่  2 คนนี้คือโค้ชผู้เปรียบเสมือนผู้ปลุกปั้น และพร่ำสอน ต๊อตติ มาตลอด และหลังจากฝึกซ้อมกับที่นี่ได้เพียง 2 ปี  ในปี 1989 แมวมองของ โรม่า และ ลาซิโอ 2 ทีมยักษ์ใหญ่ในโรม ก็มารุมตอมหนุ่มน้อย ต๊อตติ เพื่อเซ็นสัญญาเข้าเป็นนักเตะเยาวชนของทีม และ ต๊อตติ ก็ไม่ลังเลเลยที่จะเลือกใส่ยูนิฟอร์มเหลือง-แดงของ โรม่า  ก็เพราะ จูเซ็ปเป้ จานนินี่ และ รูดี้ โฟลเลอร์ ขวัญใจในวัยเด็กของเขานั่นเอง  ต๊อตติ และครอบครัว เข้าไปนั่งเชียร์ 2 คนนี้ในสนามเป็นประจำ มีโปสเตอร์ จานนินี่ แปะในห้องนอน  มันเหลือเชื่อมากที่สุดท้ายจะกลายมาเป็นเพื่อนกัน เล่นฟุตบอลอาชีพด้วยกัน

 

        ในวัยเพียง 12 ปี  การเซ็นสัญญาร่วมทีมโปรดอย่าง โรม่า เป็นเหมือนความฝันที่ ต๊อตติ ได้รับ แน่นอนว่าเขาเป็นโรมานิสต้าเต็มขั้น สโมสรถึงกับยอมส่งนักเตะดาวรุ่งวัย 20 ในทีม ถึง 2 คน พร้อมกับเงินอีกจำนวนหนึ่งไปเป็นของแลกเปลี่ยนให้ โลดิจานี่ เพื่อให้การเจรจาราบรื่น โดยมี กิลโด้ จานนินี่ พ่อแท้ๆของ จูเซ็ปเป้ จานนินี่ ที่ดูแลทีมเยาวชน ทำหน้าที่เป็นผู้ติดต่อกับครอบครัว อันที่จริงก่อนหน้านี้ ต๊อตติ เคยเล่นตำแหน่งปีกซ้ายในทีม โลดิจานี่ มาก่อนครับ แต่หลังจากเซ็นสัญญากับทีมหมาป่า ฟรังโก้ ซูแปร์คี่ หนึ่งในทีมสตาฟฟ์เล็งเห็นว่าเขาดูเหมาะกับตำแหน่งกองกลางตัวรุกหลังคู่ศูนย์หน้า เลยพยายามเปลี่ยนตำแหน่งของเขา ถือเป็นการมองอย่างเฉียบแหลมยิ่งนัก ต๊อตติ เริ่มต้นจากการอยู่ในทีมเยาวชนรุ่นเล็กกับเทรนเนอร์ คาร์เนวาเล่ ก่อนขยับขึ้นไประดับนักเรียนทั่วประเทศกับ อัลโด้ มัลเดร่า แล้วจึงก้าวขึ้นสู่ระดับทีมเยาวชนปรีมาเวร่า กับเทรนเนอร์ ลูชาโน่ สปิโนซี่ และ เอซิโอ เซลล่า ช่วงแรกๆก็ฝึกซ้อมที่สนาม เตร ฟอนตาเน่ ก่อนย้ายมาฝึกยัง ตริกอเรีย สนามซ้อมของทีมชุดใหญ่ในที่สุด

 

 

ลีลาต้องตาประธานสโมสร .............

 

       เวลาล่วงเลยมาถึงปี 1990 ต๊อตติ ผ่านปีแรกในการใช้ชีวิตอยู่กับทีมจัลโล่รอสซี่ เป็นครั้งแรกที่เขาคว้าแชมป์มาครองได้สำเร็จในเกมสุดท้ายของลีกเยาวชนที่พบกับ โตริโน่ โดยที่คุณพ่อ ลอเร็นโซ่ และพี่ชาย ริคคาร์โด้ ได้นำธง โรม่า ไปโบกในสนามทีเดียว สำหรับเพื่อนสนิทในทีมของ ต๊อตติ ในเวลานั้นก็มี ปาสเซรี่, อาเรลลี่ และ ริเมดิโอ ซึ่งรายหลังนี่อยู่ด้วยกันมาตลอดตั้งแต่ทีมเยาวชนรุ่นแรกเลย ก่อนที่เขาจะย้ายไป คาสเตล ดิ ซานโกร แต่ ต๊อตติ กับ ริเมดิโอ ก็กลับมาพบกันอีกหนในช่วงฝึกทหาร ถือเป็นเพื่อนรักเลยคนนี้

 

       ต๊อตติ กลายเป็นเด็กหนุ่มดาวรุ่งที่ได้รับการจับตามองมากที่สุด รวมถึง ดิโน่ วิโอล่า ประธานสโมสร โรม่า ในขณะนั้น  เขาจัดงานฉลองให้กับทีมเยาวชนของ โรม่า ในเดือนธันวาคม ปี 1990  และในงานฉลองนี้เองทำให้ ต๊อตติ ได้โอกาสสัมผัสมือกับท่านประธานเป็นครั้งแรก ด้วยวัยเพียง 14 ปี ขณะที่ประธานสโมสรหมาป่าเดินทางมาทักทายกับบรรดาเด็กฝึกหัดของทีม ต๊อตติ กลับได้รับการต้อนรับ และพูดคุยด้วยเป็นพิเศษมากกว่านักเตะคนอื่นๆ

 

      “ฉันได้ยินว่าเธอเล่นได้ดีอย่างสม่ำเสมอ ขอให้ทำความฝันของตัวเองให้เป็นจริงนะ”

 

        นี่คือประโยคที่ ต๊อตติ ได้ยินจากปากบุรุษหมายเลข 1 ในถิ่น สตาดิโอ โอลิมปิโก้ ซึ่งมันทำให้เขารู้สึกภาคภูมิใจเป็นอย่างมาก และในปีเดียวกันนั้นเอง ต๊อตติ ได้ถูกเรียกตัวเข้าสู่ทีมชาติอิตาลีชุดยู –14 ปี ของเทรนเนอร์ คอร์ราดินี่ ในทัวร์นาเมนต์ที่ ญี่ปุ่น และเขาคือผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำรายการนั้น

 

 

การบาดเจ็บหนักครั้งแรก ................

 

       ขณะเดียวกัน ในทีม โรม่า ได้เข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ ยูฟ่า คัพ กับ อินเตอร์ เมื่อปี 1991 ก่อนเกมนัดที่สอง ต๊อตติ ที่มีฐานะเป็นเพียงแค่นักเตะดาวเด่นของทีมเยาวชนเท่านั้น กลับได้รับความสนใจจาก ออตตาวิโอ เบียงคี่ เทรนเนอร์ทีมชุดใหญ่ ที่เรียกตัวมาฝึกซ้อมกับบรรดานักเตะรุ่นพี่ เกมนั้นเขาเป็นเพียงแค่เด็กเก็บบอลเหมือนนักเตะเยาวชนคนอื่นๆครับ แต่เป็นเด็กเก็บบอลคนเดียวที่นักเตะชุดใหญ่รู้จักกันหมด น่าเสียดายที่ชัยชนะของ โรม่า ต่อ อินเตอร์ ในเกมที่สองที่กรุงโรม ไม่เพียงพอกับสกอร์รวมที่พ่ายมาก่อนเกมแรก ส่งผลให้ทีมงูใหญ่คว้าแชมป์ไปครอง สำหรับ ต๊อตติ เอง การได้มีส่วนร่วม ได้ใกล้ชิดคลุกคลีกับทีมชุดใหญ่ ก็พอใจแล้วที่มาได้ถึงขนาดนี้

 

        ต๊อตติ กลับมาเล่นในทีมชุดเยาวชน เด็กหนุ่มวัย 14 ยังคงลงทำหน้าที่ตามปกติ แต่เขาก็ต้องประสบปัญหาการบาดเจ็บหนักเป็นครั้งแรก ในดาร์บี้แมตช์เยาวชนกับ ลาซิโอ ถึงขนาดต้องเข้ารับการผ่าตัดในอีก 2-3 เดือนถัดมา และเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่องยาวนานถึงเกือบ 1 ปีเต็มเลยทีเดียว อย่างไรก็ตาม หลังจากการดูแลของคุณหมอ คาร์ฟานยี่ อย่างใกล้ชิด  ทำให้ ต๊อตติ ฟื้นตัวและแกร่งขึ้นเรื่อยๆ เขากลับมาโชว์ฟอร์มมหัศจรรย์ได้อีกครั้ง กระทั่งช่วยให้ทีมเยาวชนของ ลูชาโน่ สปิโนซี่ คว้าแชมป์โคปปา อิตาเลีย ได้สำเร็จ รวมทั้งเป็นดาวเด่นที่ทำให้ทีมระดับนักเรียนทั่วประเทศของ เอซิโอ เซลล่า คว้าสคูเด็ตโต้ทีมเยาวชนฤดูกาล 1992-93 อีกด้วย

 

      หลังจากการจากถึงแก่กรรมของ ดิโน่ วิโอล่า  ตำแหน่งประธานตกเป็นของ จูเซ็ปเป้ ชาร์ราปิโก้ และประธานคนใหม่ก็ไม่ลังเลที่จะใส่ชื่อ ต๊อตติ ลงในขุนพลรายชื่อของเทรนเนอร์ วูจาดิน บอสคอฟ ด้วย จากนั้นไม่กี่เดือนให้หลัง มิลาน จัดแจงให้ อาเรียโด้ ไบรด้า ติดต่อมาที่ โรม ทันที เพื่อหวังดึงดาวรุ่งรายนี้ไปร่วมทัพ ให้ข้อเสนอล่อใจเต็มขั้นทั้งการศึกษาและการเงิน แต่คำตอบที่ได้คือเสียงหัวเราะของ ชาร์ราปิโก้ และ ต๊อตติ

 

      “ผมจะอยู่กับ โรม่า แห่งเดียวเท่านั้น” ต๊อตติ ยืนยัน

 

        ทุกคนที่ ตริกอเรีย รัก ต๊อตติ จากความเก่งกาจเกินตัว  อดีตนักเตะทีมชาติอิตาลีอย่าง ลิโอเนลโล่ มานเฟรโดเนีย ที่ดูแลรับผิดชอบระบบทีมเยาวชนในเวลานั้นยืนยันได้เลย  เขาภูมิใจที่จะบอกเพื่อนๆ และแฟนบอล โรม่า ยามที่มาแวะชมฝีเท้าแข้งเยาวชนหมาป่าอยู่เสมอ ว่ามีนักเตะมหัศจรรย์คนหนึ่งในนี้ และเขาชื่อ ต๊อตติ  คุณจำชื่อเขาไว้  คุณจะได้เห็นเขาลงเล่นในลีกในไม่ช้าแน่นอน

 

 

ที่มา: Francesco Totti Club Thailand