39ปี ฟรานเชสโก้ ต๊อตติ: สัญลักษณ์แห่งโรม่า ตำนานราชาหมาป่ากรุงโรม part 6

โพสต์โดย romathai 14/01/2016 0 คอมเม้นท์ บทความพิเศษ,

กรรมสนองพวกชอบโกง ..............

 

         หลังจากนั้น เกาหลีใต้ เข้ารอบไปแผลงฤทธิ์กับทีมชาติ สเปน ต่อ ด้วยการที่ผู้ตัดสินปฏิเสธประตูทีมกระทิงดุ โดยบอกว่าลูกออกเส้นหลังไปก่อนแล้วหน้าด้านๆ สุดท้ายดวลจุดโทษเอาชนะ สเปน เข้ารอบไปหน้าตาเฉย ก่อนที่จะไปร่วงในเกมที่เจอทีมชาติเยอรมัน ซึ่งเกมนั้นอาจจะไม่มีโอกาสเนียนในการโกง เลยตกรอบไปอย่างสะใจแฟนบอลทั่วโลก และเหมือนกรรมตามทัน เมื่อเกมนัดชิงที่สามกับ ตุรกี  กัปตันทีม ฮอง เมียง โบ ทำเรื่องน่าขายหน้าเมื่อปล่อยให้ฮาคาน ซูเคอร์ ฉกบอลเข้าไปยิงประตูเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกตั้งแต่ 11 วินาทีแรกของเกม สุดท้ายอกหักแพ้ ตุรกี ไป 2-3 (สังเกตดีๆ ผู้ตัดสินนัด เกาหลีใต้ แข่งรอบลึกๆ มาจากชาติโนเนมแทบทั้งนั้น เช่น เอกวาดอร์, อียิปต์, คูเวต)

 

          ส่วนผู้ตัดสินจอมอื้อฉาว โมเรโน่ ยังคงตระเวนรับเงินพิเศษระดับสโมสรต่อ ในลีกบ้านเกิด ด้วยการทดเวลาบาดเจ็บนานถึง 13 นาที ย้ำครับ 13 นาที จากที่ทดเวลาจริง 6 นาที ให้ทีม ลีกา เด กีโต้ ที่เป็นฝ่ายตามหลัง บาร์เซโลน่า สปอร์ติ้ง คลับ อยู่ 2-3 กลับมายิงแซงชนะได้สำเร็จ 4-3 ทำไปได้นะพี่ สุดท้ายก็ถูกสอบสวนว่าผิดจริง และ FIFA สั่งถอดเขาออกจากรายชื่อผู้ตัดสิน ประกาศเป็นผู้ตัดสินทุพพลภาพ ทุจริตต่อหน้าที่ และห้ามไม่ให้เขาตัดสินเกมระดับนานาชาติอีกต่อไป โดยโทษนี้มีผลต่อการตัดสินใน เอกวาดอร์ ด้วย และหลังจากเขาพ้นโทษแบนในเกมระดับท้องถิ่นกลับมาได้เพียง 3 นัด เขาก็ยังรับสินบนการตัดสินอีกครั้ง ด้วยการไล่นักเตะคู่แข่งของ เดปอร์ติโว่ กีโต้ ถึง 3 คนในเวลาเพียง 11 นาที จนถูกสอบสวนว่าผิดจริงอีก และโดนลงโทษอีกแล้ว ไม่อายลูกหลานบ้างเลย เรียกว่าผิดซ้ำผิดซากจริงๆ จนกระทั่งเลิก แขวนนกหวีดไปอย่างสุดอนาถในที่สุด ยังครับ ยังไม่หมด ล่าสุดเมื่อปี 2010 โดนตำรวจจับที่ สนามบิน JFK นิวยอร์ก ข้อหาพก เฮโรอีน 6 กิโลกรัม โอ้แม่เจ้า นี่มันอาชญากรตัวจริงเสียงจริง ก่อนที่จะถูกศาลสหรัฐ สั่งจำคุก 10 ปีเต็มกันเลยทีเดียว

 

         ขณะที่ผู้ทำประตูชัยให้เกาหลีใต้ อาห์น จุง ฮวาน อาจจะเพราะความดีใจเกินเหตุ  หลังจบเกมดันไปปากดีให้สัมภาษณ์ ดูถูกทีมชาติอิตาลี ว่าวงการฟุตบอลด้อยกว่าเกาหลีใต้ไปแล้ว และ เกาหลีใต้ สามารถเอาชนะ อิตาลี ได้สบายๆ เลยถูกประธานสโมสร เปรูจา ลูชาโน่ กาอุชชี่ ขับไล่ออกจากทีมต้นสังกัด โดยบอกว่า

 

        “อาห์น ลืมกำพืดตัวเอง ผมรับไม่ได้ที่เขาพูดแบบนั้น เขาไม่ให้เกียรติวงการฟุตบอลอิตาลี พวกเราเป็นแชมป์โลก 3 สมัย แล้วเขายิ่งใหญ่ขนาดไหนกันเชียว เขาเคยโชว์ฟอร์มอะไรได้ดีสักนัดมั้ยใน เปรูจา จากนี้ไปขอให้เขาไปหาสังกัดใหม่ได้เลย เขาจะไม่มีวันกลับมาเหยียบเปรูจาได้อีก ผมไม่รับประกันความปลอดภัย” กาอุชชี่ กล่าวอย่างโกรธแค้น

 

         กรณีที่ อาห์น ถูกขับออกจาก เปรูจา มี 2 ฝ่ายที่มองไปคนละมุม บางฝ่ายมองว่าเป็นเรื่องที่โหดร้ายเกินไป ขณะที่อีกฝ่าย รวมทั้งตัวผมเองมองว่า อาห์น ก็พูดในสิ่งที่ไม่สมควรพูดจริงๆ และถ้าวงการฟุตบอล เกาหลีใต้ เก่งเลิศเลอขนาดนั้น ผมก็เห็นด้วยนะว่าน่าจะกลับไปเล่นที่ เค-ลีก เกาหลีใต้ บ้านเกิดจะดีกว่า น่าจะช่วยพัฒนาฝีเท้าเขาได้ดีกว่าที่ อิตาลี มั้ง อิอิ และหลังจากนั้นชื่อของ อาห์น ก็หายลับไปจากสารบบลูกหนัง ขณะที่นักเตะผู้ยิงประตู อิตาลี ในยูโร 2000 อย่าง เทรเซเก้ต์ หรือ อิบราฮิโมวิช กลับอยู่ดีมีสุขใน อิตาลี กับ ยูเวนตุส โดยไม่มีแฟนบอลอิตาเลียนคนไหนแอนตี้เขาจากการซัลโว อิตาลี ได้เสียหน่อย นี่แหล่ะครับ “ปากพาจน” แท้ๆ

 

          ย้อนนึกไปถึงเหตุการณ์คราวนั้น ย้อนกลับมาถึงวันนี้ ก็นึกถึงคำพูดจากบางท่านบอกว่า จริงๆ อิตาลี ก็ห่วยเอง ถ้าเล่นดีเป๊ะๆก็ไม่ตกรอบ อันนี้ก็ต้องแยกประเด็นนิดนึงว่า โกงก็คือโกงครับ ไม่เกี่ยวว่าจะเล่นดีหรือห่วย ผมก็ยอมรับว่าไม่ใช่เกมที่ดีของ อิตาลี แต่ถ้าไม่โกง ทีมที่ได้เข้าต้องเป็น อิตาลี ครับ ไม่ใช่ เกาหลีใต้ ครับ จบนะ อิอิ

 

ปล. อิตาลี กับ สเปน (ผู้ถูกโกง) ได้แชมป์ฟุตบอลโลกในอีก 2 สมัยต่อมา ส่วน เกาหลีใต้ ผู้เก่งกาจ (ในบ้าน) ไปไหนนะ เหอๆๆๆ

 

 

ลืมความผิดหวัง แล้วศึกษาความผิดพลาด .............

 

         หลังความล้มเหลวของทีมเต็งแชมป์ อิตาลี นอกจากสื่ออิตาเลียนจะหมายหัวผู้ตัดสินจอมฉาวอย่าง โมเรโน่ แล้ว ทั้งเทรนเนอร์ และนักเตะทีมชาติตัวเองก็โดนหมายหัวเช่นกัน สื่อทุกฉบับให้ความเห็นตรงกันว่าความล้มเหลวครั้งนี้ เทรนเนอร์อย่าง ตราปัตโตนี่ ต้องรับผิดชอบไปเต็มๆ โทษฐานที่วางแท็กติกเน้นเกมรับแบบไม่จำเป็นมากเกินไป แต่สุดท้ายแล้ว สหพันธ์ฟุตบอลอิตาลีตัดสินใจให้ อิล แทร็ป ทำทีมต่อ

 

          “เวิลด์ คัพ เป็นความรับผิดชอบของทุกคน ไม่มีทางที่จะไปโทษ ตราปัตโตนี่ คนเดียว” ต๊อตติ เอ่ยปากเล่าพร้อมกับส่ายหัวด้วยความผิดหวัง

 

          “กรรมการตัดสินตรงข้ามเราหลายครั้งระหว่างการแข่งขัน จากนั้นเราก็เริ่มทำผิดพลาด และเริ่มขาดความสามัคคี แต่มันก็ย่อมมีช่วงเวลาที่ต้องจดจำในชีวิตการเล่นของคุณ และเหตุการณ์นั้นก็ถูกรวมอยู่ด้วย ผมได้เรียนรู้ตัวเองมากขึ้น และทำให้ผมมีสายตากว้างไกลสำหรับการเผชิญสถานการณ์อื่นๆ”

 

          “หลังจบทัวร์นาเมนต์ ผมได้ทบทวนอยู่หลายครั้งในสิ่งที่เกิดขึ้น และผมก็ได้ข้อสรุปเดียวกับ วิเอรี่ ซึ่งออกมาพูดว่าเราควรจะเล่นเน้นเกมรุกมากกว่านี้ เราคือทีมชาติอิตาลีซึ่งควรจะมีการเล่นที่ใกล้เคียงกับ เรอัล มาดริด หรือ บราซิล คู่แข่งควรจะเป็นฝ่ายกังวลเมื่อต้องเจอกับเรา ไม่ใช่เราเป็นฝ่ายกลัวพวกเขาเหมือนที่เป็นอยู่”

 

          “พอเรามีโอกาสเจอ ตราปัตโตนี่ เป็นครั้งแรก หลังศึกฟุตบอลโลก พวกเราได้มีการพูดคุยเกี่ยวกับแท็กติกของทีม และสามารถหาข้อตกลงร่วมกัน เขาอธิบายว่าเราไม่อาจจะเล่นด้วยแผนการเล่นอื่นที่เกาหลีใต้ เพราะสภาพร่างกายของผู้เล่นไม่ได้อยู่ในระดับที่สมบูรณ์เต็มที่ แต่ตอนนี้เราก็มีการเล่นที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม และมีความสนุกมากขึ้น”

 

          สุดท้าย ต๊อตติ สามารถหาตำแหน่งที่ลงตัวในทีมชาติได้สำเร็จ หลังจากประสบปัญหาในการที่ถูกสลับตำแหน่งในเกมรุกอยู่ตลอดเวลา แต่สถานการณ์ของเขาผิดกับอดีตจอมทัพคนอื่นๆ ในอดีตไม่ว่าจะเป็น โรแบร์โต้ มันชินี่, จานฟรังโก้ โซล่า หรือแม้กระทั่ง โรแบร์โต้ บาจโจ้ ซึ่งตำแหน่งในการเล่นให้อิตาลีของพวกเขาไม่เคยต้องตกเป็นที่ถกเถียงในระดับชาติมาก่อนเลย 

 

          2 เหตุผลที่ทำให้เกิดการโต้เถียงในตำแหน่งของ ต๊อตติ เหตุผลแรกมาจากสถิติตลอด 7 ฤดูกาลหลังสุดกับ โรม่า เขายิงประตูเป็นตัวเลขเกิน 2 หลักมาตลอด ยกเว้นเพียง 2 ฤดูกาลเท่านั้น โดยหนึ่งในนั้นมาจากการที่เขาได้รับบาดเจ็บจนต้องพักยาวถึง 15 เกม ส่วนอีกเหตุผลหนึ่งเพลย์เมกเกอร์สายเลือดโรมานิสต้าแตกต่างจาก มันชินี่, โซล่า และ บาจโจ้ ตรงที่ความเร็วไม่ใช่กุญแจสำคัญในการเล่นของ ต๊อตติ เขาสามารถเล่นงานกองหลังคู่แข่งด้วยการใช้ร่างกายท่อนบนที่แข็งแกร่งในการพาบอลฝ่าไป บวกกับชั้นเชิงลูกหนังระดับสูง และพรสวรรค์ในการสร้างสรรค์เกม ความจริงการได้ลงเล่นในหลายๆ ตำแหน่งช่วยยกระดับการเล่นของ ต๊อตติ ขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว

 

        “ผมมักจะใช้เขาเป็นศูนย์หน้าตัวที่ 2 เพราะเขาเป็นนักเตะที่มีความเร็วสูง” อดีตโค้ชทีมชาติชุดยู-21 เชซาเร่ มัลดินี่ ให้ความเห็น

 

        “เขายังพัฒนาขึ้นอีกมากนับตั้งแต่ได้ฝึกซ้อมร่วมกับผม เวลานี้เขากลายเป็นผู้เล่นตำแหน่งเพลย์เมกเกอร์อย่างแท้จริงแล้ว ผู้ที่สามารถสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่ให้แก่ทีม และบรรยากาศรอบตัว เขาจะมอบความสามารถที่มีอยู่ให้กับทีม เขาคือแชมป์ตัวจริง” มัลดินี่ซีเนียร์ กล่าวเพิ่ม

 

        ตราปัตโตนี่ ยอมที่จะเดินตามแนวทางของ คาเปลโล่ ในการสร้างทีมชาติอิตาลีโดยมี ต๊อตติ เป็นแกนหลัก โดยมีการดัดแปลงแผนการเล่นเล็กน้อยออกมาเป็นระบบ 4-2-3-1 ซึ่งสร้างความพอใจให้จอมทัพผู้นี้เป็นอย่างมาก

 

          “เราเล่นโดยมีแผงกองหลัง 4 คนที่แข็งแกร่ง และมิดฟิลด์ตัวรับอีก 2 คน ผมจะยืนตรงกลางโดยมีผู้เล่นปีก 2 คนขนาบอยู่ด้านข้าง และกองหน้าตัวเป้าอยู่เหนือขึ้นไป เมื่อผมยืนต่ำลงมาเล็กน้อย ผมสามารถเห็นเกมได้ชัดเจนขึ้น ถ้าหากเลือกได้ผมอยากจะเล่นอยู่ด้านหลังศูนย์หน้าในระบบ 4-2-3-1”

 

          ขณะที่ ตราปัตโตนี่ ไม่ได้ขัดข้องที่จะให้อิสระในการเล่นแก่ซูเปอร์สตาร์หนุ่มจาก โรม่า “ต๊อตติ พร้อมเสมอสำหรับเกมใหญ่ๆ ในระดับชาติ ผมคิดว่าเขาจะอันตรายขึ้นหากยืนอยู่ใกล้ประตู แต่มันไม่สำคัญว่ามีกองหน้ากี่คนที่เขาจะต้องร่วมเล่นด้วย ผมต้องการเพียงให้เขาบุกขึ้นไป และลองเสี่ยงเล่นดู”

 

        “ผมชอบ ตราปัตโตนี่” ต๊อตติ เอ่ยถึง อิลชิที ด้วยรอยยิ้ม “ในอิตาลีทุกคนชื่นชมแทร็ปเสมอ เขาเป็นนักสู้ ผู้ชนะ เส้นทางในอาชีพที่ผ่านมาของเขาพูดแทนทุกสิ่งได้ดีอยู่แล้ว เขามุ่งมั่นที่จะได้รับผลการแข่งขันที่ดีอยู่เสมอ แน่นอนว่าผลการแข่งขันในเวิลด์ คัพ ที่ผ่านมาเลวร้ายกว่าที่คาดคิด แต่ด้วยประสบการณ์ และวิธีการสื่อสารกับผู้คนของเขาทำให้ทีมมีความแข็งแกร่งอย่างไม่เคยมีมาก่อน”

 

 

เผชิญฤดูกาลยากลำบากในคัมปิโอนาโต้ 2002-03 ..............

 

         เมื่อ ต๊อตติ เดินทางกลับกรุงโรม เขาได้รับรู้ข่าวที่ไม่สู้จะดีนักในเรื่องสถานการณ์เงินของสโมสร เมื่อผลประกอบการของ โรม่า อยู่ในขั้นเลวร้าย จากการใช้จ่ายที่ไม่ประมาณตนในเรื่องการจ่ายเงินค่าเหนื่อยนักเตะ รวมไปถึงความผิดพลาดในการบริหารด้านการเงินอื่นๆ ต๊อตติ ช่วยเหลือทีมด้วยการนำเงินส่วนตัวเข้าซื้อหุ้นจำนวนหนึ่งของสโมสร รวมทั้งยอมให้สโมสรลดโบนัสการทำประตูของเขาลงครึ่งหนึ่ง ไม่เคยมีนักเตะคนไหนทำแบบเขามาก่อน

 

        “การที่ผมยิงประตูให้ โรม่า ได้ มันเป็นความสุขที่สุดยอดแล้ว พวกเขาไม่ต้องจ่ายอะไรให้ผมมากหรอก เรื่องสถานการณ์เงินของทีมเป็นเรื่องสำคัญ เพราะเป็นปัจจัยหลักในการดึงตัวนักเตะระดับโลกมาร่วมทีม อย่างไรก็ตาม ผมเชื่อมั่นในตัวเทรนเนอร์ คาเปลโล่ เขาสามารถสร้างทีมได้โดยไม่ต้องใช้เงินมาก และคิดว่าเขาคงไม่ทำให้ผมและแฟนบอลผิดหวัง”

 

          ผลงานในลีกของโรม่าฤดูกาล 2002-03 นี้ไม่ดีเอาเสียเลย เมื่อนักเตะในทีมประสบปัญหาฟอร์มตก เช่น บาติสตูต้า, ตอมมาซี่ และ เดลเว็คคิโอ รวมไปถึงอาการบาดเจ็บรบกวนพลพรรคหมาป่าอีกครั้ง ซึ่งนั่นก็รวมไปถึง ต๊อตติ ด้วย แต่อาการบาดเจ็บของเขาก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคกับฟอร์มส่วนตัวแต่อย่างใด เขาได้ลงสนามแค่ 23 นัดใน เซเรีย อา แต่กลับยิงได้ถึง 14 ประตู น่าเสียดายที่ โรม่า จบแค่อันดับ 8 ในตาราง หมดโอกาสที่จะไปเล่น แชมเปี้ยนส์ ลีก ทั้งที่มีผู้เล่นระดับซูเปอร์สตาร์อยู่เต็มทีม

 

         ปัญหาดังกล่าวเล่นเอา ฟาบิโอ คาเปลโล่ เทรนเนอร์หมาป่า ถึงกับเครียดจัด เพราะ โรม่า เป็นทีมชั้นนำของอิตาลี และยุโรป ลงทุนไปมหาศาล และคุ้นเคยกับการเล่นในเวทีใหญ่สุดมาตลอดนับตั้งแต่คว้าสคูเด็ตโต้มาครอง ยังดีที่ดวงยังแข็งอยู่บ้างเมื่อสามารถเข้าไปชิงชนะเลิศกับ มิลาน ในศึกโคปปา อิตาเลียได้ เลยทำให้สามารถคว้าตั๋วไปเล่นฟุตบอล ยูฟ่า คัพ ได้สำเร็จ เพราะ มิลาน นั้น ได้สิทธิ์ไปเล่น แชมเปี้ยนส์ ลีก ก่อนหน้านั้นแล้ว

 

         อย่างไรก็ตาม ทั่วโลกได้เห็นฟอร์มสุดยอดของ ต๊อตติ ผ่านเวที แชมเปี้ยนส์ ลีก ในปีนั้น เมื่อเขาระเบิดฟอร์มได้ถูกเวลา จากการนำทัพหมาป่าบุกไปเชือด เรอัล มาดริด ได้ถึงรัง ซานติอาโก้ เบอร์นาบิว 1-0 ทั้งๆที่ตัวผู้เล่นเป็นรอง ทีมราชันชุดขาวชุดนั้นได้ชื่อว่าเป็น “กาลาคติกอส” ยุคแรก 11 ตัวจริงมี กาซิยาส, ซัลกาโด้, เอียร์โร่, เอลเกร่า, โรแบร์โต้ คาร์ลอส, มาเกเลเล่, กัมบิอัสโซ่, ฟิโก้, ซีดาน, ราอูล และโรนัลโด้ ซึ่งถือเป็นทีมชุดตัวจริงที่ดีที่สุดของทีมแชมป์ยุโรปในปีนั้น แต่ ต๊อตติ โชว์ฟอร์มกลบรัศมีสตาร์ เรอัล ทั้งหมดในสนาม และเป็นผู้ซัดประตูชัยให้ โรม่า บุกไปเอาชนะแชมป์ 9 สมัยจากสเปน ผู้ยังไม่เคยแพ้ใครในบ้านทั้งในลีก และบอลยุโรปแบบหักปากกาเซียน  

 

          หลังจบเกมนั้น ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ประธานทีม เรอัล กล่าวชื่นชมฟอร์มการเล่นของราชาหมาป่าเป็นพิเศษ ถึงกับคุยกับ ฟรังโก้ เซนซี่ เพื่อถามไถ่เรื่องการซื้อตัว แต่กลายเป็นว่าทุกอย่างเงียบไป หลังจาก เซนซี่ ได้ออกมาแสดงเจตนารมณ์ไม่มีความคิดจะปล่อยตัวกัปตันทีมผู้เป็นสัญลักษณ์ของสโมสรออกไป

 

         “ต๊อตติ ไม่ได้มีไว้ขาย เขาเป็นผู้เล่นที่ไม่มีใครสามารถแทนที่ได้ ไม่ต่างจาก เปาโล มัลดินี่ ที่ มิลาน หรือ ราอูล ที่ มาดริด ผมจะไม่พิจารณาข้อเสนอใดๆเกี่ยวกับ ต๊อตติ และตราบใดที่ผมยังเป็นประธานทีมอยู่ ต๊อตติ จะไม่มีทางย้ายไปสวมเสื้อทีมอื่น” ฟรังโก้ เซนซี่ กล่าวที่ที่ทำการสโมสรหลังจากถูกผู้สื่อข่าวสัมภาษณ์

 

          โรม่าได้ผ่านเข้าสู่เฟสสอง ของรอบแบ่งกลุ่ม ไปเจอ บาเลนเซีย, อาแจ๊กซ์ และ อาร์เซน่อล ซึ่งพวกเขาไม่สามารถเข้ารอบตัดเชือกได้ เพราะดันไปแพ้คู่แข่งถึง 3 นัด จากทั้งหมด 6 เกม แต่ชื่อของ ต๊อตติ ก็ถูกกล่าวขานไปทั่วสเปน เมื่อเขาซัลโวคนเดียว 2 ประตู บุกไปยำใหญ่ บาเลนเซีย ถึงวังค้างคาว เมสตาย่า 3-0 ซึ่ง บาเลนเซีย ในขณะนั้น เป็นแชมป์เก่า ลา ลีกา ที่ยังไม่เคยแพ้ใครในบ้าน และเกมยุโรปก็ยังไม่เคยแพ้แม้แต่เกมเดียว ทั้งรอบแบ่งกลุ่มเฟสแรก และเฟสสอง เจอแบบนี้ไปก็อึ้งสิครับ

 

         “ต๊อตติ เหมือนไม่ใช่คน เขามหัศจรรย์มาก วันนี้ผู้เล่น บาเลนเซีย ทุกคนไม่สามารถหยุดอะไรเขาได้” มิเกล อังเคล อังกูโล่ กล่าวหลังจบเกมช็อกวงการฟุตบอลสเปน

 

         หลังจบฤดูกาล 2002-03 ชื่อของ ต๊อตติ เข้ามาพัวพันถึงตลาดนักเตะอีกครั้ง เมื่อมีข่าวว่าทีมในสเปน ต้องการจะดึงตัวเขาไปร่วมทีม โดยอาศัยโอกาสที่ โรม่า ได้แค่อันดับที่ 8 ในลีก มาเป็นตัวยุให้ราชาหมาป่าอำลาทีมหาความท้าทายใหม่ๆ แต่สุดท้ายทั้งหมดก็เป็นเพียงข่าวโคมลอย เมื่อ ต๊อตติ ประกาศว่าจะจงรักภักดีกับ โรม่า ต่อไป แน่นอนครับฟอร์มแรงแบบนี้ รางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมของอิตาลีสมัยที่ 3 จะหลุดมือเขาไปไหนเสีย ขนาดทีมจบแค่ที่ 8 นะเนี่ย

 

 

ที่มา : Francesco Totti Club Thailand